โบร์ชัวร์ภาษาไทยรุ่นทั่วไป (PDF) โบร์ชัวร์ภาษาไทยรุ่น ESSport (PDF)
สเป็กละเอียดของ All New Altis 2014 All New Altis 2014 มีสีอะไรให้เลือกบ้าง

ข้อมูลนิวอัลติส 2014 สำหรับการตัดสินใจซื้อ

ผู้เขียน หัวข้อ: +++ช่วยด้วยครับ รถมีอาการแปลกๆ+++  (อ่าน 810 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ jessy

  • ออกใหม่ ป้ายแดง
  • *
  • กระทู้: 6
  • Model: 1.8 E
  • No: NACT2050
+++ช่วยด้วยครับ รถมีอาการแปลกๆ+++
« เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2013, 03:01:14 PM »
สวัสดีสมาชิกทุกท่านครับ
ออกน้องอัลติส1.8E มา1ปี6เดือน ตุลาคมที่ผ่านมาเอารถเข้าศูนย์พระราม5เช็คระยะ3หมื่นโล (พันโลกับหมื่นโลก็เข้าที่นี่ครับ) ช่างก็แนะนำว่าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง(ตามปกติ) บวกกับล้างแอร์ตามรอบระยะกำหนด ก็ให้ทำไปตามปกติครับ

แต่หลังจากออกจากศูนย์มาสัก 2สัปดาห์ น้องอัลติสงอแงตลอดเลยครับ
1. เครื่องยนต์สะอึก
1.1 จังหวะที่รถคันหน้าจอดติดไฟแดง เราตามมาห่างๆค่อยๆแตะเบรก พอจังหวะสุดท้ายรถกำลังจะนิ่ง มีสะอึกนิดนึงครับ
1.2 อีกครั้งนึงคือ จังหวะจะออกตัว พอเข้าเกียร์ D ปล่อยให้ไหล+กำลังจะแตะคันเร่ง เครื่องมีอาการสะดุดนิดนึงอ่ะครับ

เข้าศูนย์รอบแรก ช่างเอาไปลองขับ บอกไม่ผิดปกติอะไร ลองใช้ไปก่อน พอออกมาอาการชุดที่1 ไม่ค่อยมีแล้ว แต่สังเกตชัดๆมีอาการ ดังต่อไปนี้ครับ

2. รอบตก
2.1 สตาร์ทเครื่องทุกครั้ง เข็มดีดไปที่2000รอบแน่ะครับ (ปกติเป็นแบบนี้ป่าวไม่รู้) แล้วค่อยๆตกลงมาเหลือ800 พอเครื่องทำงานสักพัก ลงมาเหลือ600
2.2 ขับตามปกติที่ 70-80 จังหวะที่ถอนคันเร่งปล่อยรถไหล รู้สึกได้เลยว่ารถความเร็วตกทันที เหมือนเราแตะเบรคเลยครับ น้องที่ออฟฟิศบอกว่าพี่จะแตะเบรคทำไม เคยลองทำแบบนี้(ต่อเนื่อง คือ 80 แล้วถอน 70แล้วถอน) ตอนขับไปทานข้าวกลางวัน น้องที่นั่งมาด้วยเมารถเลยครับ
2.3 พอปล่อยไหลไปเรื่อยๆจาก 70 มันกลายเป็นเหลือ 5km/hr (ช้ามากครับ) โดยใช้เวลาประมาณไม่ถึง20วิครับ

เอาเข้าศูนย์รอบ2 บอกช่างเน้นระเอียดเลย ช่างฯบอกว่า.....
a) ค่าECUเพี้ยนไป เพราะMAPค่าอากาศที่จะมาผสมกับน้ำมันเพี้ยนไป อาจจะมีเศษอะไรไปติดตรงที่ช่องอากาศ (บลาๆๆๆ)
b) แต่รีเซ็ทให้ใหม่แล้ว รอบปกติจะอยู่ที่ 700-800 พอเปิดแอร์จะดีดขึ้นไปถึง1000แล้วพอแอร์ตัดก็จะลงมาที่เดิม

ตอนนี้ลองใช้งานมาได้สัปดาห์นึงแล้ว...... อาการชุดที่2อยู่ครบเลยครับ!!!!

รบกวนพี่ๆน้องๆช่วยแนะนำด้วยครับว่าจะต้องไปคุยกับช่างว่าอะไร จะต้องให้ช่างเช็คอะไรยังไงอีก กลุ้มใจมากครับรถออกมาแค่3หมื่นโลเอง


ออฟไลน์ Taro

  • เด็กรับรถ
  • นักซิ่งขั้นเทพ
  • *****
  • กระทู้: 3,312
  • เครื่องเสียงดังดี มีพวงมาลัยหุ้มหนัง
  • Model: 1.8G ก่อนรีสเป็ก
  • No: NACT3
  • ชื่อเล่น:: ทาโร่
Re: +++ช่วยด้วยครับ รถมีอาการแปลกๆ+++
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2013, 09:53:43 AM »
สวัสดีสมาชิกทุกท่านครับ
ออกน้องอัลติส1.8E มา1ปี6เดือน ตุลาคมที่ผ่านมาเอารถเข้าศูนย์พระราม5เช็คระยะ3หมื่นโล (พันโลกับหมื่นโลก็เข้าที่นี่ครับ) ช่างก็แนะนำว่าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง(ตามปกติ) บวกกับล้างแอร์ตามรอบระยะกำหนด ก็ให้ทำไปตามปกติครับ

แต่หลังจากออกจากศูนย์มาสัก 2สัปดาห์ น้องอัลติสงอแงตลอดเลยครับ
1. เครื่องยนต์สะอึก
1.1 จังหวะที่รถคันหน้าจอดติดไฟแดง เราตามมาห่างๆค่อยๆแตะเบรก พอจังหวะสุดท้ายรถกำลังจะนิ่ง มีสะอึกนิดนึงครับ
1.2 อีกครั้งนึงคือ จังหวะจะออกตัว พอเข้าเกียร์ D ปล่อยให้ไหล+กำลังจะแตะคันเร่ง เครื่องมีอาการสะดุดนิดนึงอ่ะครับ

เข้าศูนย์รอบแรก ช่างเอาไปลองขับ บอกไม่ผิดปกติอะไร ลองใช้ไปก่อน พอออกมาอาการชุดที่1 ไม่ค่อยมีแล้ว แต่สังเกตชัดๆมีอาการ ดังต่อไปนี้ครับ

2. รอบตก
2.1 สตาร์ทเครื่องทุกครั้ง เข็มดีดไปที่2000รอบแน่ะครับ (ปกติเป็นแบบนี้ป่าวไม่รู้) แล้วค่อยๆตกลงมาเหลือ800 พอเครื่องทำงานสักพัก ลงมาเหลือ600
2.2 ขับตามปกติที่ 70-80 จังหวะที่ถอนคันเร่งปล่อยรถไหล รู้สึกได้เลยว่ารถความเร็วตกทันที เหมือนเราแตะเบรคเลยครับ น้องที่ออฟฟิศบอกว่าพี่จะแตะเบรคทำไม เคยลองทำแบบนี้(ต่อเนื่อง คือ 80 แล้วถอน 70แล้วถอน) ตอนขับไปทานข้าวกลางวัน น้องที่นั่งมาด้วยเมารถเลยครับ
2.3 พอปล่อยไหลไปเรื่อยๆจาก 70 มันกลายเป็นเหลือ 5km/hr (ช้ามากครับ) โดยใช้เวลาประมาณไม่ถึง20วิครับ

เอาเข้าศูนย์รอบ2 บอกช่างเน้นระเอียดเลย ช่างฯบอกว่า.....
a) ค่าECUเพี้ยนไป เพราะMAPค่าอากาศที่จะมาผสมกับน้ำมันเพี้ยนไป อาจจะมีเศษอะไรไปติดตรงที่ช่องอากาศ (บลาๆๆๆ)
b) แต่รีเซ็ทให้ใหม่แล้ว รอบปกติจะอยู่ที่ 700-800 พอเปิดแอร์จะดีดขึ้นไปถึง1000แล้วพอแอร์ตัดก็จะลงมาที่เดิม

ตอนนี้ลองใช้งานมาได้สัปดาห์นึงแล้ว...... อาการชุดที่2อยู่ครบเลยครับ!!!!

รบกวนพี่ๆน้องๆช่วยแนะนำด้วยครับว่าจะต้องไปคุยกับช่างว่าอะไร จะต้องให้ช่างเช็คอะไรยังไงอีก กลุ้มใจมากครับรถออกมาแค่3หมื่นโลเอง

รอบเครื่องเป็นปกติครับ ไม่น่าสังเกตแล้ว ยิ่งสังเกตยิ่งเอามาเป็นตัวแปรร่วมครับ

ส่วนอาการที่ว่ามานี้ มีจุดที่น่าจะต้องตรวจเช็คคือ

1. หัวเทียน
2. หัวฉีด
3. ระบบเกียร์ (โซลินอยด์เกียร์อาจจะเสีย)

อาการของรถเหมือนกับรถไม่ได้เข้าเกียร์ 4 ครับ ต้องถามเพิ่มว่าระหว่างที่รถชะลอตัวอย่างรวดเร็วนั้น รอบเครื่องสูงขึ้นไปแค่ไหน ถึง 5 พันรอบหรือมากกว่าหรือไม่ครับ แต่ถ้ารอบไม่สูงคือรถไม่มีแรง ซึ่งจะพุ่งประเด็นไปที่หัวเทียน หัวฉีดแล้วครับ เพราะที่เล่ามา ช่างเค้าเช็คเรื่องอากาศไปแล้ว

ส่วนแนวทางแก้ไขที่เร็วที่สุดคือ "ร้านนอกศูนย์" ครับ อาศัยร้านมีประสบการณ์ พานั่งไปด้วยรอบเดียวน่าจะรู้ทันทีครับ ไม่ทราบว่าบ้านอยู่แถวไหน เดี๋ยวเพื่อนๆ จะมาแนะนำว่าควรไปร้านไหนครับ
 (mk-194)
ที่พี่ไม่ล้างรถ เพราะคู่มือมันเตือนไว้ ถ้าโดนน้ำมากไป เดี๋ยวมันจะกลายเป็นบีเอ็ม




ออฟไลน์ Srithanon

  • ออกใหม่ ป้ายแดง
  • *
  • กระทู้: 80
  • Model: 1.8E
  • No: NACT3988
Re: +++ช่วยด้วยครับ รถมีอาการแปลกๆ+++
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2013, 04:25:24 PM »
ก็อยากจะแนะนำให้ตามนี้นะครับ
อาการที่บอกว่าเวลาจะหยุดรถ แล้วค่อยๆแตะเบรคให้รถหยุด แต่จังหวะที่จะหยุดมีอาการสดุดของเครื่องยนต์  แสดงว่าในระบบการคอนโทรลรอบเดินเบามีปัญหา  อันมาจากหลายสาเหตุ ในจังหวะที่เราผ่อนคันเร่งมาเหยียบเบรค  ในจังหวะนี้ลิ้นปีกผีเสื้อจะกลับมาอยู่ในตำแหน่งปิด  ดังนันอากาศที่จะมาจากหน้าลิ้นปิกผีเสื้อเข้าไปในท่อไอดี  จะผ่านได้จากระบบอากาศช่วยรอบเดินเบา จากสเต้ปมอเตอร์  ISC แบบต่างๆ รวมทั้งสกรูปรับอากาศช่วยรอบเดินเบาที่ตัวเรือนปีกผีเสื้อ

เนื่องจากจังหวะที่ลิ้นปีกผีเสื้อปิด หากระบบอากาศช่วยรอบเดินเบาทำงานผิดปกติ ก็จะทำให้อากาศเข้าไปในท่อไอดีได้น้อย ทำให้อัตราส่วนผสมระหว่างอากาศกับน้ำมัน  มีอากาศน้อยกว่าน้ำมัน คือมีส่วนผสมหนา  ทำให้การจุดระเบิดที่เกิดขึ้นไม่สมบูรณ์  ทำให้กำลังเครื่องยนต์ตกและทำให้มีรอบเดินเบาของเครื่องยนต์ตกลง  ดังนั้นเมื่อมีการเหยียบเบรคเพื่อที่จะให้รถหยุด เป็นการเพิ่มโหลดให้กับเครื่องยนต์ ในขณะที่เครื่องยนต์มีแรงม้าลดลง มันก็ทำให้เครื่องยนต์สดุด เพราะมีรอบต่ำ

ที่บอกว่าเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ แล้วเข้าเกียร์D แล้วปล่อยให้รถค่อยๆไหลออกไป กำลังจะเหยียบคันเร่ง เครื่องมันเกิดสดุดนิดหนึ่ง ก็ตามเหตุผลที่กล่าวมาข้างบน  คือขณะที่รถเคลื่อนที่ในตำแหน่ง D เครื่องยนต์มีโหลดและอยู่ในตำแหน่งรอบเดินเบา เครื่องที่มีกำลังตกลงมันก็จะมีรอบเครื่องยนต์ต่ำ เกิดอาการสะดุด และอาจจะเครื่องดับได้


สตาร์ทเครื่องยนต์ทุกครั้ง(ตอนเครื่องเย็น) มีรอบเครื่องยนต์สูง 2000 รอบ...
แล้วลดลงมาเหลือ 800 รอบ สักพักก็ลดลงมาที่ 600 รอบ   ตอบว่าผิดปกติครับ ทุกครั้งที่เราสตาร์ทเครื่องยนต์ในสภาวะที่เครื่องยนต์ยังมีอุณหภุมิห้องเครื่องยังเย็นอยู่  การสตาร์ทครั้งแรก รอบครื่องยนต์จะสูงประมาณ 1300-1500 รอบ  หากถึงสองพันรอบถือว่าผิดปกติครับ  อาการอย่างนี้มันบ่งบอกว่า มีความผิดปกติในระบบเซ็นเซอร์เกี่ยกับอุณหภูมิน้ำ หรือไม่ก็อากาศ  แต่ที่พบส่วนมากจะมาจากความผิดปกติที่ระบบพื้นฐานของระบบการทำงานของเครื่องยนต์  ที่จะต้องทำให้ระบบไฟ ระบบน้ำมัน และระบบอากาศ สมบูรณ์เสียก่อน

ประการแรกต้องตรวจระบบไฟจุดระเบิด ว่ามีไฟโวลเต็จสูงปกติหรือไม่  อย่าตรวจด้วยสายตา ต้องมีเครื่องมือวัดไฟโวลเต็จสูง  ที่สามารถบอกเป็นตัวเลขว่ายามปกติ มีไฟสูงกี่หมื่นโวลท์  อย่าดูด้วยสายตาว่ามีประกายไฟออกที่หัวเทียน เพราะแค่หมื่นกว่าโวลท์ มันก็มีประกายไฟที่เกิดจากการอาร์คที่เขียวหัวเทียน ใกล้กับไฟสูงสองสามหมื่นโวลท์เช่นกัน

เครื่องยนต์ที่มีรอบเดินเบาของเครื่องยนต์ตกรอบต่ำเครื่องสั่น ส่วนหนึ่งมาจากไฟโวลเต็จสูงที่จ่ายให้กับหัวเทียน อาจจะมีไฟสูงลดลงทำให้การจุดระเบิดไม่สมบูรณ์  เครื่องยนต์ก็ไม่มีกำลัง ทำให้เครื่องยนต์เมื่อมีโหลด เช่นเปิดแอร์เข้าเกียร์ รอบเครื่องยนต์จะตกทันที  เช่นเดียวกับระบบอากาศช่วยรอบเดินเบาบกพร่อง

การที่ไฟโวลเต็จสูงลดลงมา เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ส่วนหนึ่งมาจากตัว Ignition coil เสื่อมสภาพ หรือเกิดการรั่วรีคของไฟสูง หรือเกิดจากสายไฟหัวเทียนมีค่าความต้านทานเพิ่มขึ้น  ทำให้เกิดโวลเต็จดร๊อปในสายหัวเทียน ทำให้ไฟไปจ่ายให้กับหัวเทียนต่ำลง  หรือหัวเทียนเสื่อมสภาพ  สำหรับระบบน้ำมัน ก็มาจากระบบแรงดันน้ำมันในท่อรางหัวฉีดต่ำ หรือหัวฉีดตีปตัน รวมไปถึงตัวปั้มติ๊ก ที่มีแรงดันน้ำมันต่ำ รวมระบบกรองน้ำมันด้วย

ที่บอกว่านำรถไปให้ช่างทำการรีเซ็ทเครื่องยนต์ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น  แต่กลับมาได้อาการแปลกประหลาดเกิดขึ้นใหม่ คือรอบเดินเบาปกติ 700-800 รอบ  แต่พอเปิดแอร์รอบเครื่องดีดไปที่ 1000 รอบ ผมก็ว่าผิดปกติ  จริงอยู่ที่เวลาเปิดแอร์จะมีรอบเครื่องยนต์สูงขึ้นอีก 100-200 รอบ เพราะ ECU ได้รับสัญญาณโวลเต็จจากการเปิดแอร์ ECU จะสั่งให้หัวฉีดทำการฉีดน้ำมันเพิ่ม  เพื่อรักษารอบเดินเบาให้คงที่ นั้นหมายความว่า หากECU ไม่ฉีดน้ำมันเพิ่ม  รอบเครื่องยนต์ก็ตกลงมาจาก 800 รอบ เหลือ 600 รอบ  เพราะเปิดแอร์ทำให้เครื่องยนต์มีโหลดรอบจึงตก 

ดังนั้นเมื่อ ECU กำหนดให้หัวฉีดทำการฉีดน้ำมันเพิ่ม และมีรอบเพิ่ม 200 รอบ  เท่ากับว่ารอบเครื่องยนต์จะอยู่ที่ 800 รอบเช่นเดิม    สังเกตุเครื่องยนต์ที่ปกติ เวลาเปิดแอร์รอบจะไม่ตก อย่างดีก็สวิงขึ้นเล็กน้อยและลงมาที่ 800 รอบ  งั้นที่บอกว่าเวลาเปิดแอร์ มีรอบเครื่องยนต์ขึ้นไปที่ 1000 รอบจึงผิดปกติ     ส่วนมากที่พบอาการนี้โดยมากช่างจะไปทำการปรับสกรูอากาศช่วยรอบเดินเบาที่ตัวเรือนปีกผีเสื้อ  เพื่อให้รอบเดินเบามีรอบสูงขึ้นเพื่อแก้ปัญหาที่รอบเครื่องยนต์ตก ในคราวแรก หรือไม่ก็ไปปรับสกรูดันแกนลิ้นปิกผีเสื้อให้เผยอเปิดเล็กน้อย เพื่อให้เครื่องยนต์มีรอบสูงขึ้นในรอบเดินเบา
ท่านเจ้าของกระทู้ลองไปถามช่างว่า ไปปรับอะไรทีผมกล่าวมาหรือเปล่า ผมจะไม่ขอกล่าวในรายละเอียด ว่ามันเกี่ยวข้องกันอย่างไร เสียเวลาตอบมากครับ

กับคำกล่าวของช่างในข้อ a ที่บอกว่า ECU มันเพี้ยนนั้น ผมว่าเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า การที่จะตอบอย่างนั้น อย่าใช้คำว่า คิดว่า คาดว่า น่าจะเป็น มาตอบคำถาม ในบางคำถาม  ECU ยากนักที่จะมีความเพี้ยนเกิดขึ้น และก็ไม่มีเศษอะไรไปติดที่ช่องอากาศ  คงหมายถึงช่องระบบอากาศช่วยรอบเดินเบา  นอกจากเขม่า ที่ไปติดตามแกนเพลาในตัวสเต็ปมอเตอร์  ทำให้แกนเพลาเคลื่อนตัวเลื่อนเข้าเลื่นออกติดขัด

อยากจะสรุปคำแนะนำดังนี้นะครับ ในเบื้องต้นให้ช่างตรวจสอบเรื่องไฟจุดระเบิด ว่ามันต่ำลงหรือไม่ ดูสายหัวเทียน หัวเทียน    หรือลองดึงสายหัวเทียนออก ในรถอัลติส เป็นคอยแยก ก้ดึงออกทีละตัว ในจังหวะรอบเดินเบา   หากเอาออกแล้วรอบเครื่องยนต์ตกเครื่องสั่น ให้ถือว่าปกติไว้ก่อน  หากดึงออกที่หัวใด แล้วรอบเครื่องยนต์ไม่ค่อยตกหรือตกเล้กน้อย  ให้สงสัยเรื่องหัวเทียน หากเปลี่ยนหัวเทียนแล้ว ก้เหมือนเดิม ให้สลับตัวคอยแยกกับสูบอื่น  ก็จะรู้ว่าตัวคอยนั้นดีหรือไม่ดี  แต่วิธีนี้ไม่ค่อยชัวร์ สู้แบบถอดตัวคอยพร้อมหัวเทียน มาวางไว้ข้างนอก แล้วสตาร์ทเครื่องดูประกายไฟแต่ละหัว ขั้นตอนง่ายๆที่เจ้าของรถทำได้ 

ขั้นตอนต่อไปก็ให้ตรวจสอบหัวฉีดน้ำมัน  ให้ดึงปลั๊กหัวฉีดแต่ละหัวออก แล้วดูว่ารอบเครื่องยนต์เปลี่ยนแปลงลดลงมากน้อยแค่ไหน  เพราะบางครั้งพบว่าหัวฉีดทำงานไม่ดี อาจตีบตันในบางหัวฉีด หากดึงปลั๊กไฟหัวฉีดออกแล้วเครื่องสั่นถือว่าปกติ  หากตกเล็กน้อยถือว่าผิดปกติ เทียบกับสูบอื่นๆดูด้วย

หลังจากนั้นให้ทำการถอดตัวสเต็ปมอเตอร์ มาทำความสะอาด ทั้งสามอย่างที่ให้ตรวจสอบ คงจะแก้ปัญหาได้ครับ  หากแก้ไม่หาย คราวนี้ต้องใช้อุปกรณืเครื่องมือทางอีเลคโทรนิคส์ เข้ามาตรวจสอบการทำงานของระบบเซ็นเซอร์ต่างๆที่เกี่ยวข้องครับ จะใช้ตาดูหูฟัง คงช่วยอะไรไม่ได้  แต่เท่าที่เคยช่วยแก้ไขให้กับเพื่อนๆสมาชิกในเว็ปชมรมสองสามแห่ง ก็มาจากอาการที่ผมกล่าวมา นอกจากบางคันที่ต้องใช้เครื่องมือตรวจซ่อมทางอีเลคโทรนิคส์เข้ามาช่วยแก้ไข  ก้ลองตรวจสอบตามที่แนะนำนี้กอ่นครับ
ขอให้โชคดี....sriithanon

ออฟไลน์ w123

  • ออกใหม่ ป้ายแดง
  • *
  • กระทู้: 62
  • Model: 1.6E
  • No: NACT3959
Re: +++ช่วยด้วยครับ รถมีอาการแปลกๆ+++
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2013, 07:37:27 PM »
ก็อยากจะแนะนำให้ตามนี้นะครับ
อาการที่บอกว่าเวลาจะหยุดรถ แล้วค่อยๆแตะเบรคให้รถหยุด แต่จังหวะที่จะหยุดมีอาการสดุดของเครื่องยนต์  แสดงว่าในระบบการคอนโทรลรอบเดินเบามีปัญหา  อันมาจากหลายสาเหตุ ในจังหวะที่เราผ่อนคันเร่งมาเหยียบเบรค  ในจังหวะนี้ลิ้นปีกผีเสื้อจะกลับมาอยู่ในตำแหน่งปิด  ดังนันอากาศที่จะมาจากหน้าลิ้นปิกผีเสื้อเข้าไปในท่อไอดี  จะผ่านได้จากระบบอากาศช่วยรอบเดินเบา จากสเต้ปมอเตอร์  ISC แบบต่างๆ รวมทั้งสกรูปรับอากาศช่วยรอบเดินเบาที่ตัวเรือนปีกผีเสื้อ

เนื่องจากจังหวะที่ลิ้นปีกผีเสื้อปิด หากระบบอากาศช่วยรอบเดินเบาทำงานผิดปกติ ก็จะทำให้อากาศเข้าไปในท่อไอดีได้น้อย ทำให้อัตราส่วนผสมระหว่างอากาศกับน้ำมัน  มีอากาศน้อยกว่าน้ำมัน คือมีส่วนผสมหนา  ทำให้การจุดระเบิดที่เกิดขึ้นไม่สมบูรณ์  ทำให้กำลังเครื่องยนต์ตกและทำให้มีรอบเดินเบาของเครื่องยนต์ตกลง  ดังนั้นเมื่อมีการเหยียบเบรคเพื่อที่จะให้รถหยุด เป็นการเพิ่มโหลดให้กับเครื่องยนต์ ในขณะที่เครื่องยนต์มีแรงม้าลดลง มันก็ทำให้เครื่องยนต์สดุด เพราะมีรอบต่ำ

ที่บอกว่าเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ แล้วเข้าเกียร์D แล้วปล่อยให้รถค่อยๆไหลออกไป กำลังจะเหยียบคันเร่ง เครื่องมันเกิดสดุดนิดหนึ่ง ก็ตามเหตุผลที่กล่าวมาข้างบน  คือขณะที่รถเคลื่อนที่ในตำแหน่ง D เครื่องยนต์มีโหลดและอยู่ในตำแหน่งรอบเดินเบา เครื่องที่มีกำลังตกลงมันก็จะมีรอบเครื่องยนต์ต่ำ เกิดอาการสะดุด และอาจจะเครื่องดับได้


สตาร์ทเครื่องยนต์ทุกครั้ง(ตอนเครื่องเย็น) มีรอบเครื่องยนต์สูง 2000 รอบ...
แล้วลดลงมาเหลือ 800 รอบ สักพักก็ลดลงมาที่ 600 รอบ   ตอบว่าผิดปกติครับ ทุกครั้งที่เราสตาร์ทเครื่องยนต์ในสภาวะที่เครื่องยนต์ยังมีอุณหภุมิห้องเครื่องยังเย็นอยู่  การสตาร์ทครั้งแรก รอบครื่องยนต์จะสูงประมาณ 1300-1500 รอบ  หากถึงสองพันรอบถือว่าผิดปกติครับ  อาการอย่างนี้มันบ่งบอกว่า มีความผิดปกติในระบบเซ็นเซอร์เกี่ยกับอุณหภูมิน้ำ หรือไม่ก็อากาศ  แต่ที่พบส่วนมากจะมาจากความผิดปกติที่ระบบพื้นฐานของระบบการทำงานของเครื่องยนต์  ที่จะต้องทำให้ระบบไฟ ระบบน้ำมัน และระบบอากาศ สมบูรณ์เสียก่อน

ประการแรกต้องตรวจระบบไฟจุดระเบิด ว่ามีไฟโวลเต็จสูงปกติหรือไม่  อย่าตรวจด้วยสายตา ต้องมีเครื่องมือวัดไฟโวลเต็จสูง  ที่สามารถบอกเป็นตัวเลขว่ายามปกติ มีไฟสูงกี่หมื่นโวลท์  อย่าดูด้วยสายตาว่ามีประกายไฟออกที่หัวเทียน เพราะแค่หมื่นกว่าโวลท์ มันก็มีประกายไฟที่เกิดจากการอาร์คที่เขียวหัวเทียน ใกล้กับไฟสูงสองสามหมื่นโวลท์เช่นกัน

เครื่องยนต์ที่มีรอบเดินเบาของเครื่องยนต์ตกรอบต่ำเครื่องสั่น ส่วนหนึ่งมาจากไฟโวลเต็จสูงที่จ่ายให้กับหัวเทียน อาจจะมีไฟสูงลดลงทำให้การจุดระเบิดไม่สมบูรณ์  เครื่องยนต์ก็ไม่มีกำลัง ทำให้เครื่องยนต์เมื่อมีโหลด เช่นเปิดแอร์เข้าเกียร์ รอบเครื่องยนต์จะตกทันที  เช่นเดียวกับระบบอากาศช่วยรอบเดินเบาบกพร่อง

การที่ไฟโวลเต็จสูงลดลงมา เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ส่วนหนึ่งมาจากตัว Ignition coil เสื่อมสภาพ หรือเกิดการรั่วรีคของไฟสูง หรือเกิดจากสายไฟหัวเทียนมีค่าความต้านทานเพิ่มขึ้น  ทำให้เกิดโวลเต็จดร๊อปในสายหัวเทียน ทำให้ไฟไปจ่ายให้กับหัวเทียนต่ำลง  หรือหัวเทียนเสื่อมสภาพ  สำหรับระบบน้ำมัน ก็มาจากระบบแรงดันน้ำมันในท่อรางหัวฉีดต่ำ หรือหัวฉีดตีปตัน รวมไปถึงตัวปั้มติ๊ก ที่มีแรงดันน้ำมันต่ำ รวมระบบกรองน้ำมันด้วย

ที่บอกว่านำรถไปให้ช่างทำการรีเซ็ทเครื่องยนต์ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น  แต่กลับมาได้อาการแปลกประหลาดเกิดขึ้นใหม่ คือรอบเดินเบาปกติ 700-800 รอบ  แต่พอเปิดแอร์รอบเครื่องดีดไปที่ 1000 รอบ ผมก็ว่าผิดปกติ  จริงอยู่ที่เวลาเปิดแอร์จะมีรอบเครื่องยนต์สูงขึ้นอีก 100-200 รอบ เพราะ ECU ได้รับสัญญาณโวลเต็จจากการเปิดแอร์ ECU จะสั่งให้หัวฉีดทำการฉีดน้ำมันเพิ่ม  เพื่อรักษารอบเดินเบาให้คงที่ นั้นหมายความว่า หากECU ไม่ฉีดน้ำมันเพิ่ม  รอบเครื่องยนต์ก็ตกลงมาจาก 800 รอบ เหลือ 600 รอบ  เพราะเปิดแอร์ทำให้เครื่องยนต์มีโหลดรอบจึงตก 

ดังนั้นเมื่อ ECU กำหนดให้หัวฉีดทำการฉีดน้ำมันเพิ่ม และมีรอบเพิ่ม 200 รอบ  เท่ากับว่ารอบเครื่องยนต์จะอยู่ที่ 800 รอบเช่นเดิม    สังเกตุเครื่องยนต์ที่ปกติ เวลาเปิดแอร์รอบจะไม่ตก อย่างดีก็สวิงขึ้นเล็กน้อยและลงมาที่ 800 รอบ  งั้นที่บอกว่าเวลาเปิดแอร์ มีรอบเครื่องยนต์ขึ้นไปที่ 1000 รอบจึงผิดปกติ     ส่วนมากที่พบอาการนี้โดยมากช่างจะไปทำการปรับสกรูอากาศช่วยรอบเดินเบาที่ตัวเรือนปีกผีเสื้อ  เพื่อให้รอบเดินเบามีรอบสูงขึ้นเพื่อแก้ปัญหาที่รอบเครื่องยนต์ตก ในคราวแรก หรือไม่ก็ไปปรับสกรูดันแกนลิ้นปิกผีเสื้อให้เผยอเปิดเล็กน้อย เพื่อให้เครื่องยนต์มีรอบสูงขึ้นในรอบเดินเบา
ท่านเจ้าของกระทู้ลองไปถามช่างว่า ไปปรับอะไรทีผมกล่าวมาหรือเปล่า ผมจะไม่ขอกล่าวในรายละเอียด ว่ามันเกี่ยวข้องกันอย่างไร เสียเวลาตอบมากครับ

กับคำกล่าวของช่างในข้อ a ที่บอกว่า ECU มันเพี้ยนนั้น ผมว่าเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า การที่จะตอบอย่างนั้น อย่าใช้คำว่า คิดว่า คาดว่า น่าจะเป็น มาตอบคำถาม ในบางคำถาม  ECU ยากนักที่จะมีความเพี้ยนเกิดขึ้น และก็ไม่มีเศษอะไรไปติดที่ช่องอากาศ  คงหมายถึงช่องระบบอากาศช่วยรอบเดินเบา  นอกจากเขม่า ที่ไปติดตามแกนเพลาในตัวสเต็ปมอเตอร์  ทำให้แกนเพลาเคลื่อนตัวเลื่อนเข้าเลื่นออกติดขัด

อยากจะสรุปคำแนะนำดังนี้นะครับ ในเบื้องต้นให้ช่างตรวจสอบเรื่องไฟจุดระเบิด ว่ามันต่ำลงหรือไม่ ดูสายหัวเทียน หัวเทียน    หรือลองดึงสายหัวเทียนออก ในรถอัลติส เป็นคอยแยก ก้ดึงออกทีละตัว ในจังหวะรอบเดินเบา   หากเอาออกแล้วรอบเครื่องยนต์ตกเครื่องสั่น ให้ถือว่าปกติไว้ก่อน  หากดึงออกที่หัวใด แล้วรอบเครื่องยนต์ไม่ค่อยตกหรือตกเล้กน้อย  ให้สงสัยเรื่องหัวเทียน หากเปลี่ยนหัวเทียนแล้ว ก้เหมือนเดิม ให้สลับตัวคอยแยกกับสูบอื่น  ก็จะรู้ว่าตัวคอยนั้นดีหรือไม่ดี  แต่วิธีนี้ไม่ค่อยชัวร์ สู้แบบถอดตัวคอยพร้อมหัวเทียน มาวางไว้ข้างนอก แล้วสตาร์ทเครื่องดูประกายไฟแต่ละหัว ขั้นตอนง่ายๆที่เจ้าของรถทำได้ 

ขั้นตอนต่อไปก็ให้ตรวจสอบหัวฉีดน้ำมัน  ให้ดึงปลั๊กหัวฉีดแต่ละหัวออก แล้วดูว่ารอบเครื่องยนต์เปลี่ยนแปลงลดลงมากน้อยแค่ไหน  เพราะบางครั้งพบว่าหัวฉีดทำงานไม่ดี อาจตีบตันในบางหัวฉีด หากดึงปลั๊กไฟหัวฉีดออกแล้วเครื่องสั่นถือว่าปกติ  หากตกเล็กน้อยถือว่าผิดปกติ เทียบกับสูบอื่นๆดูด้วย

หลังจากนั้นให้ทำการถอดตัวสเต็ปมอเตอร์ มาทำความสะอาด ทั้งสามอย่างที่ให้ตรวจสอบ คงจะแก้ปัญหาได้ครับ  หากแก้ไม่หาย คราวนี้ต้องใช้อุปกรณืเครื่องมือทางอีเลคโทรนิคส์ เข้ามาตรวจสอบการทำงานของระบบเซ็นเซอร์ต่างๆที่เกี่ยวข้องครับ จะใช้ตาดูหูฟัง คงช่วยอะไรไม่ได้  แต่เท่าที่เคยช่วยแก้ไขให้กับเพื่อนๆสมาชิกในเว็ปชมรมสองสามแห่ง ก็มาจากอาการที่ผมกล่าวมา นอกจากบางคันที่ต้องใช้เครื่องมือตรวจซ่อมทางอีเลคโทรนิคส์เข้ามาช่วยแก้ไข  ก้ลองตรวจสอบตามที่แนะนำนี้กอ่นครับ
ขอให้โชคดี....sriithanon

พี่ครับ ข้อมูลพี่ สุดยอดมากครับ

ออฟไลน์ jessy

  • ออกใหม่ ป้ายแดง
  • *
  • กระทู้: 6
  • Model: 1.8 E
  • No: NACT2050
Re: +++ช่วยด้วยครับ รถมีอาการแปลกๆ+++
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2013, 05:28:48 PM »
ก็อยากจะแนะนำให้ตามนี้นะครับ
อาการที่บอกว่าเวลาจะหยุดรถ แล้วค่อยๆแตะเบรคให้รถหยุด แต่จังหวะที่จะหยุดมีอาการสดุดของเครื่องยนต์  แสดงว่าในระบบการคอนโทรลรอบเดินเบามีปัญหา  อันมาจากหลายสาเหตุ ในจังหวะที่เราผ่อนคันเร่งมาเหยียบเบรค  ในจังหวะนี้ลิ้นปีกผีเสื้อจะกลับมาอยู่ในตำแหน่งปิด  ดังนันอากาศที่จะมาจากหน้าลิ้นปิกผีเสื้อเข้าไปในท่อไอดี  จะผ่านได้จากระบบอากาศช่วยรอบเดินเบา จากสเต้ปมอเตอร์  ISC แบบต่างๆ รวมทั้งสกรูปรับอากาศช่วยรอบเดินเบาที่ตัวเรือนปีกผีเสื้อ

เนื่องจากจังหวะที่ลิ้นปีกผีเสื้อปิด หากระบบอากาศช่วยรอบเดินเบาทำงานผิดปกติ ก็จะทำให้อากาศเข้าไปในท่อไอดีได้น้อย ทำให้อัตราส่วนผสมระหว่างอากาศกับน้ำมัน  มีอากาศน้อยกว่าน้ำมัน คือมีส่วนผสมหนา  ทำให้การจุดระเบิดที่เกิดขึ้นไม่สมบูรณ์  ทำให้กำลังเครื่องยนต์ตกและทำให้มีรอบเดินเบาของเครื่องยนต์ตกลง  ดังนั้นเมื่อมีการเหยียบเบรคเพื่อที่จะให้รถหยุด เป็นการเพิ่มโหลดให้กับเครื่องยนต์ ในขณะที่เครื่องยนต์มีแรงม้าลดลง มันก็ทำให้เครื่องยนต์สดุด เพราะมีรอบต่ำ

ที่บอกว่าเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ แล้วเข้าเกียร์D แล้วปล่อยให้รถค่อยๆไหลออกไป กำลังจะเหยียบคันเร่ง เครื่องมันเกิดสดุดนิดหนึ่ง ก็ตามเหตุผลที่กล่าวมาข้างบน  คือขณะที่รถเคลื่อนที่ในตำแหน่ง D เครื่องยนต์มีโหลดและอยู่ในตำแหน่งรอบเดินเบา เครื่องที่มีกำลังตกลงมันก็จะมีรอบเครื่องยนต์ต่ำ เกิดอาการสะดุด และอาจจะเครื่องดับได้


สตาร์ทเครื่องยนต์ทุกครั้ง(ตอนเครื่องเย็น) มีรอบเครื่องยนต์สูง 2000 รอบ...
แล้วลดลงมาเหลือ 800 รอบ สักพักก็ลดลงมาที่ 600 รอบ   ตอบว่าผิดปกติครับ ทุกครั้งที่เราสตาร์ทเครื่องยนต์ในสภาวะที่เครื่องยนต์ยังมีอุณหภุมิห้องเครื่องยังเย็นอยู่  การสตาร์ทครั้งแรก รอบครื่องยนต์จะสูงประมาณ 1300-1500 รอบ  หากถึงสองพันรอบถือว่าผิดปกติครับ  อาการอย่างนี้มันบ่งบอกว่า มีความผิดปกติในระบบเซ็นเซอร์เกี่ยกับอุณหภูมิน้ำ หรือไม่ก็อากาศ  แต่ที่พบส่วนมากจะมาจากความผิดปกติที่ระบบพื้นฐานของระบบการทำงานของเครื่องยนต์  ที่จะต้องทำให้ระบบไฟ ระบบน้ำมัน และระบบอากาศ สมบูรณ์เสียก่อน

ประการแรกต้องตรวจระบบไฟจุดระเบิด ว่ามีไฟโวลเต็จสูงปกติหรือไม่  อย่าตรวจด้วยสายตา ต้องมีเครื่องมือวัดไฟโวลเต็จสูง  ที่สามารถบอกเป็นตัวเลขว่ายามปกติ มีไฟสูงกี่หมื่นโวลท์  อย่าดูด้วยสายตาว่ามีประกายไฟออกที่หัวเทียน เพราะแค่หมื่นกว่าโวลท์ มันก็มีประกายไฟที่เกิดจากการอาร์คที่เขียวหัวเทียน ใกล้กับไฟสูงสองสามหมื่นโวลท์เช่นกัน

เครื่องยนต์ที่มีรอบเดินเบาของเครื่องยนต์ตกรอบต่ำเครื่องสั่น ส่วนหนึ่งมาจากไฟโวลเต็จสูงที่จ่ายให้กับหัวเทียน อาจจะมีไฟสูงลดลงทำให้การจุดระเบิดไม่สมบูรณ์  เครื่องยนต์ก็ไม่มีกำลัง ทำให้เครื่องยนต์เมื่อมีโหลด เช่นเปิดแอร์เข้าเกียร์ รอบเครื่องยนต์จะตกทันที  เช่นเดียวกับระบบอากาศช่วยรอบเดินเบาบกพร่อง

การที่ไฟโวลเต็จสูงลดลงมา เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ส่วนหนึ่งมาจากตัว Ignition coil เสื่อมสภาพ หรือเกิดการรั่วรีคของไฟสูง หรือเกิดจากสายไฟหัวเทียนมีค่าความต้านทานเพิ่มขึ้น  ทำให้เกิดโวลเต็จดร๊อปในสายหัวเทียน ทำให้ไฟไปจ่ายให้กับหัวเทียนต่ำลง  หรือหัวเทียนเสื่อมสภาพ  สำหรับระบบน้ำมัน ก็มาจากระบบแรงดันน้ำมันในท่อรางหัวฉีดต่ำ หรือหัวฉีดตีปตัน รวมไปถึงตัวปั้มติ๊ก ที่มีแรงดันน้ำมันต่ำ รวมระบบกรองน้ำมันด้วย

ที่บอกว่านำรถไปให้ช่างทำการรีเซ็ทเครื่องยนต์ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น  แต่กลับมาได้อาการแปลกประหลาดเกิดขึ้นใหม่ คือรอบเดินเบาปกติ 700-800 รอบ  แต่พอเปิดแอร์รอบเครื่องดีดไปที่ 1000 รอบ ผมก็ว่าผิดปกติ  จริงอยู่ที่เวลาเปิดแอร์จะมีรอบเครื่องยนต์สูงขึ้นอีก 100-200 รอบ เพราะ ECU ได้รับสัญญาณโวลเต็จจากการเปิดแอร์ ECU จะสั่งให้หัวฉีดทำการฉีดน้ำมันเพิ่ม  เพื่อรักษารอบเดินเบาให้คงที่ นั้นหมายความว่า หากECU ไม่ฉีดน้ำมันเพิ่ม  รอบเครื่องยนต์ก็ตกลงมาจาก 800 รอบ เหลือ 600 รอบ  เพราะเปิดแอร์ทำให้เครื่องยนต์มีโหลดรอบจึงตก 

ดังนั้นเมื่อ ECU กำหนดให้หัวฉีดทำการฉีดน้ำมันเพิ่ม และมีรอบเพิ่ม 200 รอบ  เท่ากับว่ารอบเครื่องยนต์จะอยู่ที่ 800 รอบเช่นเดิม    สังเกตุเครื่องยนต์ที่ปกติ เวลาเปิดแอร์รอบจะไม่ตก อย่างดีก็สวิงขึ้นเล็กน้อยและลงมาที่ 800 รอบ  งั้นที่บอกว่าเวลาเปิดแอร์ มีรอบเครื่องยนต์ขึ้นไปที่ 1000 รอบจึงผิดปกติ     ส่วนมากที่พบอาการนี้โดยมากช่างจะไปทำการปรับสกรูอากาศช่วยรอบเดินเบาที่ตัวเรือนปีกผีเสื้อ  เพื่อให้รอบเดินเบามีรอบสูงขึ้นเพื่อแก้ปัญหาที่รอบเครื่องยนต์ตก ในคราวแรก หรือไม่ก็ไปปรับสกรูดันแกนลิ้นปิกผีเสื้อให้เผยอเปิดเล็กน้อย เพื่อให้เครื่องยนต์มีรอบสูงขึ้นในรอบเดินเบา
ท่านเจ้าของกระทู้ลองไปถามช่างว่า ไปปรับอะไรทีผมกล่าวมาหรือเปล่า ผมจะไม่ขอกล่าวในรายละเอียด ว่ามันเกี่ยวข้องกันอย่างไร เสียเวลาตอบมากครับ

กับคำกล่าวของช่างในข้อ a ที่บอกว่า ECU มันเพี้ยนนั้น ผมว่าเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า การที่จะตอบอย่างนั้น อย่าใช้คำว่า คิดว่า คาดว่า น่าจะเป็น มาตอบคำถาม ในบางคำถาม  ECU ยากนักที่จะมีความเพี้ยนเกิดขึ้น และก็ไม่มีเศษอะไรไปติดที่ช่องอากาศ  คงหมายถึงช่องระบบอากาศช่วยรอบเดินเบา  นอกจากเขม่า ที่ไปติดตามแกนเพลาในตัวสเต็ปมอเตอร์  ทำให้แกนเพลาเคลื่อนตัวเลื่อนเข้าเลื่นออกติดขัด

อยากจะสรุปคำแนะนำดังนี้นะครับ ในเบื้องต้นให้ช่างตรวจสอบเรื่องไฟจุดระเบิด ว่ามันต่ำลงหรือไม่ ดูสายหัวเทียน หัวเทียน    หรือลองดึงสายหัวเทียนออก ในรถอัลติส เป็นคอยแยก ก้ดึงออกทีละตัว ในจังหวะรอบเดินเบา   หากเอาออกแล้วรอบเครื่องยนต์ตกเครื่องสั่น ให้ถือว่าปกติไว้ก่อน  หากดึงออกที่หัวใด แล้วรอบเครื่องยนต์ไม่ค่อยตกหรือตกเล้กน้อย  ให้สงสัยเรื่องหัวเทียน หากเปลี่ยนหัวเทียนแล้ว ก้เหมือนเดิม ให้สลับตัวคอยแยกกับสูบอื่น  ก็จะรู้ว่าตัวคอยนั้นดีหรือไม่ดี  แต่วิธีนี้ไม่ค่อยชัวร์ สู้แบบถอดตัวคอยพร้อมหัวเทียน มาวางไว้ข้างนอก แล้วสตาร์ทเครื่องดูประกายไฟแต่ละหัว ขั้นตอนง่ายๆที่เจ้าของรถทำได้ 

ขั้นตอนต่อไปก็ให้ตรวจสอบหัวฉีดน้ำมัน  ให้ดึงปลั๊กหัวฉีดแต่ละหัวออก แล้วดูว่ารอบเครื่องยนต์เปลี่ยนแปลงลดลงมากน้อยแค่ไหน  เพราะบางครั้งพบว่าหัวฉีดทำงานไม่ดี อาจตีบตันในบางหัวฉีด หากดึงปลั๊กไฟหัวฉีดออกแล้วเครื่องสั่นถือว่าปกติ  หากตกเล็กน้อยถือว่าผิดปกติ เทียบกับสูบอื่นๆดูด้วย

หลังจากนั้นให้ทำการถอดตัวสเต็ปมอเตอร์ มาทำความสะอาด ทั้งสามอย่างที่ให้ตรวจสอบ คงจะแก้ปัญหาได้ครับ  หากแก้ไม่หาย คราวนี้ต้องใช้อุปกรณืเครื่องมือทางอีเลคโทรนิคส์ เข้ามาตรวจสอบการทำงานของระบบเซ็นเซอร์ต่างๆที่เกี่ยวข้องครับ จะใช้ตาดูหูฟัง คงช่วยอะไรไม่ได้  แต่เท่าที่เคยช่วยแก้ไขให้กับเพื่อนๆสมาชิกในเว็ปชมรมสองสามแห่ง ก็มาจากอาการที่ผมกล่าวมา นอกจากบางคันที่ต้องใช้เครื่องมือตรวจซ่อมทางอีเลคโทรนิคส์เข้ามาช่วยแก้ไข  ก้ลองตรวจสอบตามที่แนะนำนี้กอ่นครับ
ขอให้โชคดี....sriithanon


ขอบคุณครับพี่ Srithanon

ตอนนี้มีอาการใหม่เกิดขึ้นครับ คือ แอร์ไม่ฉ่ำเหมือนเดิม  (mk-185)

ปกติแล้วเป็นที่เลื่องลือกันมากว่ารถรุ่นนี้ แอร์หนาวได้ใจ ปกติผมใช้ไม่เคยต่ำกว่า 27.0 ยิ่งตอนกลางคืนฝนตก 28 หรือไม่ก็ต้องปิดA/Cสักพัก แต่ตอนนี้ มีแต่ลมเย็นๆออกมาครับ

1) ต้องเหยียบรอบแบบให้สูงๆหน่อย (eco หายแว๊บ ฮือๆๆ) หรือ 2) เปิดพัดลมให้แรงๆ สักพัก >> ความฉ่ำถึงจะกลับมาครับ  (mk-198)

เครียดมากเลยครับ กลัวรถพัง... เพิ่งซื้อมาปีกว่าๆเอง  (mk-90)

ออฟไลน์ Taro

  • เด็กรับรถ
  • นักซิ่งขั้นเทพ
  • *****
  • กระทู้: 3,312
  • เครื่องเสียงดังดี มีพวงมาลัยหุ้มหนัง
  • Model: 1.8G ก่อนรีสเป็ก
  • No: NACT3
  • ชื่อเล่น:: ทาโร่
Re: +++ช่วยด้วยครับ รถมีอาการแปลกๆ+++
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2013, 09:59:26 PM »
แอร์ไม่ฉ่ำบางครั้ง ก็เนื่องจากรังผึ้งระบายความร้อนของแอร์สกปรกครับ เช่นโดนโคลนหรือโดนฝนตกหนักๆ จนเปื้อน วิธีแก้เบื้องต้นคือให้ร้านแอร์เป่าทำความสะอาดคอยร้อนครับ

แต่ต้องเป็นร้านที่ดีๆ หน่อย ไม่งั้นจับเติมน้ำยาแอร์ก่อน เสียก่อนเลย 300-400 แล้วค่อยแก้ปัญหาถัดไป อย่างนี้ไม่ไหว ต้องระวังด้วยนะครับ  (mk-99)
ที่พี่ไม่ล้างรถ เพราะคู่มือมันเตือนไว้ ถ้าโดนน้ำมากไป เดี๋ยวมันจะกลายเป็นบีเอ็ม




ออฟไลน์ w123

  • ออกใหม่ ป้ายแดง
  • *
  • กระทู้: 62
  • Model: 1.6E
  • No: NACT3959
Re: +++ช่วยด้วยครับ รถมีอาการแปลกๆ+++
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2013, 10:22:42 PM »
แอร์ไม่ฉ่ำบางครั้ง ก็เนื่องจากรังผึ้งระบายความร้อนของแอร์สกปรกครับ เช่นโดนโคลนหรือโดนฝนตกหนักๆ จนเปื้อน วิธีแก้เบื้องต้นคือให้ร้านแอร์เป่าทำความสะอาดคอยร้อนครับ

แต่ต้องเป็นร้านที่ดีๆ หน่อย ไม่งั้นจับเติมน้ำยาแอร์ก่อน เสียก่อนเลย 300-400 แล้วค่อยแก้ปัญหาถัดไป อย่างนี้ไม่ไหว ต้องระวังด้วยนะครับ  (mk-99)

ที่บ้านผม จะมีปั๊มลมตัวใหญ่ เวลาไป ตจว ทีกลับมาจะเอา ลมเป่า รังผึ้งแอร์ และ หม้อน้ำ ระวังเป็นพิเศษเหมือนกันครับ  เป่าออกมา ฝุ่นเพียบเลยครับ แต่ หลังจากเป่า แอร์เย็นเร็วขึ้น และ ฉ่ำมากๆครับ  เครื่องผมก็เป่าเอง ว่างๆก็ทำครับ

ออฟไลน์ Taro

  • เด็กรับรถ
  • นักซิ่งขั้นเทพ
  • *****
  • กระทู้: 3,312
  • เครื่องเสียงดังดี มีพวงมาลัยหุ้มหนัง
  • Model: 1.8G ก่อนรีสเป็ก
  • No: NACT3
  • ชื่อเล่น:: ทาโร่
Re: +++ช่วยด้วยครับ รถมีอาการแปลกๆ+++
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2013, 11:33:41 PM »
แอร์ไม่ฉ่ำบางครั้ง ก็เนื่องจากรังผึ้งระบายความร้อนของแอร์สกปรกครับ เช่นโดนโคลนหรือโดนฝนตกหนักๆ จนเปื้อน วิธีแก้เบื้องต้นคือให้ร้านแอร์เป่าทำความสะอาดคอยร้อนครับ

แต่ต้องเป็นร้านที่ดีๆ หน่อย ไม่งั้นจับเติมน้ำยาแอร์ก่อน เสียก่อนเลย 300-400 แล้วค่อยแก้ปัญหาถัดไป อย่างนี้ไม่ไหว ต้องระวังด้วยนะครับ  (mk-99)

ที่บ้านผม จะมีปั๊มลมตัวใหญ่ เวลาไป ตจว ทีกลับมาจะเอา ลมเป่า รังผึ้งแอร์ และ หม้อน้ำ ระวังเป็นพิเศษเหมือนกันครับ  เป่าออกมา ฝุ่นเพียบเลยครับ แต่ หลังจากเป่า แอร์เย็นเร็วขึ้น และ ฉ่ำมากๆครับ  เครื่องผมก็เป่าเอง ว่างๆก็ทำครับ

อยากมีไว้เหมือนกัน แต่คิดไปคิดมา ให้ร้านทำให้ดีกว่า  (mk-44)  เก็บตังค์ไว้กินขนม
ที่พี่ไม่ล้างรถ เพราะคู่มือมันเตือนไว้ ถ้าโดนน้ำมากไป เดี๋ยวมันจะกลายเป็นบีเอ็ม




ออฟไลน์ jessy

  • ออกใหม่ ป้ายแดง
  • *
  • กระทู้: 6
  • Model: 1.8 E
  • No: NACT2050
Re: +++ช่วยด้วยครับ รถมีอาการแปลกๆ+++
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2013, 11:02:49 AM »
แอร์ไม่ฉ่ำบางครั้ง ก็เนื่องจากรังผึ้งระบายความร้อนของแอร์สกปรกครับ เช่นโดนโคลนหรือโดนฝนตกหนักๆ จนเปื้อน วิธีแก้เบื้องต้นคือให้ร้านแอร์เป่าทำความสะอาดคอยร้อนครับ

แต่ต้องเป็นร้านที่ดีๆ หน่อย ไม่งั้นจับเติมน้ำยาแอร์ก่อน เสียก่อนเลย 300-400 แล้วค่อยแก้ปัญหาถัดไป อย่างนี้ไม่ไหว ต้องระวังด้วยนะครับ  (mk-99)

ที่บ้านผม จะมีปั๊มลมตัวใหญ่ เวลาไป ตจว ทีกลับมาจะเอา ลมเป่า รังผึ้งแอร์ และ หม้อน้ำ ระวังเป็นพิเศษเหมือนกันครับ  เป่าออกมา ฝุ่นเพียบเลยครับ แต่ หลังจากเป่า แอร์เย็นเร็วขึ้น และ ฉ่ำมากๆครับ  เครื่องผมก็เป่าเอง ว่างๆก็ทำครับ

อยากมีไว้เหมือนกัน แต่คิดไปคิดมา ให้ร้านทำให้ดีกว่า  (mk-44)  เก็บตังค์ไว้กินขนม


กลัวว่า มันจะเป็นอาการสืบเนื่องมาตั้งแต่ตอนเข้าศูนย์3หมื่นโล ที่แม่งล้างแอร์ด้วย (2พันกว่าบาทแน่ะ) แล้วน้องติสก็งอแงมาตลอดน่ะครับ  (mk-197)

ปล.โทรไปจองศูนย์เทพแถวศรีนครินทร์มาแล้ว ได้ความว่าคิวเต็มไปจนถึงคริสมาตส์  (mk-181)

ออฟไลน์ Srithanon

  • ออกใหม่ ป้ายแดง
  • *
  • กระทู้: 80
  • Model: 1.8E
  • No: NACT3988
Re: +++ช่วยด้วยครับ รถมีอาการแปลกๆ+++
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2013, 03:33:19 PM »
ขออภัยที่ไม่ได้เข้ามาอ่านกระทู้   อยากให้ข้อแนะนำเบื้องต้นเสริมเรื่องการทำความสะอาดแผงคอยร้อน
จากอาการที่บอกว่าต้องคอยเร่งรอบเครื่องยนต์แอร์ถึงจะเย็น    ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากครัชท์คอมแอร์จับไม่สนิท อาจจะลื่น เพราะมีปัจจัยเหตุร่วม ส่วนหนึ่งมาจากขดลวดฟีลด์คอยที่สร้างสนามแม่เหล็กดูดแผ่นครัชทอาจจะชอร์ทเทิรน ทำให้การเกิดของสนามแม่เหล็กต่ำลง ทำให้ดูดแผ่นครัชทไม่สนิท ทำให้มีการหมุนฟรีของแผ่นครัชท  เท่ากับว่าทำให้ลูกสูบหรือตัวปั้มน้ำยาแอร์ มีรอบปั้มต่ำแรงดันเพรชเชอร์น้ำยาแอร์ ก็ต่ำ การทำงานของตัวเอ็กแพนชั่นวาวล์ ก็ไม่สามารถฉีดน้ำยาแอร์ให้กระจายเป็นฝอย เพื่อให้เกิดความเย็น ก็ทำให้ความเย็นของแอร์มีน้อย

และอีกส่วนหนึ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้อง อาจจะเป็นหน้าสัมผัสแผ่นครัชท์ไม่เรียบสนิทหรือห่างไป หรืออาจจะมาจากสายพานแอรืหย่อนหรือหมดสภาพ ทำให้ลื่น  รวมถึงไฟจากแบ็ตเตอรี่ที่ใช้มานาน เก็บกระแสไฟไม่อยู่หรือมีน้อย จากการเสื่อมของแผ่นธาตุ  การที่เราเร่งรอบเครื่องยนต์เท่ากับว่าทำให้ตัวไดน์ชารฺจเพิ่มกระแสไฟเข้าหม้อแบ็ตและจ่ายให้กับขดฟีลด์คอยของคอม ทำให้มีสนามแม่เหล็กเพิ่มขึ้น แผ่นครัชทคอมก็จะถูกดูดให้แน่นสนิท จึงทำให้แกนเพลาของลูกเบี้ยวสูบคอมทำงานอัดน้ำยาแอร์   จึงต้องตรวจสอบเรื่องไฟของแบ็ตด้วย  ก็ลองไปตรวจตามนี้ดูครับ...srithanon
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 08, 2013, 03:39:38 PM โดย Srithanon »

ออฟไลน์ jessy

  • ออกใหม่ ป้ายแดง
  • *
  • กระทู้: 6
  • Model: 1.8 E
  • No: NACT2050
Re: +++ช่วยด้วยครับ รถมีอาการแปลกๆ+++
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: ธันวาคม 09, 2013, 05:27:32 PM »
ขออภัยที่ไม่ได้เข้ามาอ่านกระทู้   อยากให้ข้อแนะนำเบื้องต้นเสริมเรื่องการทำความสะอาดแผงคอยร้อน
จากอาการที่บอกว่าต้องคอยเร่งรอบเครื่องยนต์แอร์ถึงจะเย็น    ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากครัชท์คอมแอร์จับไม่สนิท อาจจะลื่น เพราะมีปัจจัยเหตุร่วม ส่วนหนึ่งมาจากขดลวดฟีลด์คอยที่สร้างสนามแม่เหล็กดูดแผ่นครัชทอาจจะชอร์ทเทิรน ทำให้การเกิดของสนามแม่เหล็กต่ำลง ทำให้ดูดแผ่นครัชทไม่สนิท ทำให้มีการหมุนฟรีของแผ่นครัชท  เท่ากับว่าทำให้ลูกสูบหรือตัวปั้มน้ำยาแอร์ มีรอบปั้มต่ำแรงดันเพรชเชอร์น้ำยาแอร์ ก็ต่ำ การทำงานของตัวเอ็กแพนชั่นวาวล์ ก็ไม่สามารถฉีดน้ำยาแอร์ให้กระจายเป็นฝอย เพื่อให้เกิดความเย็น ก็ทำให้ความเย็นของแอร์มีน้อย

และอีกส่วนหนึ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้อง อาจจะเป็นหน้าสัมผัสแผ่นครัชท์ไม่เรียบสนิทหรือห่างไป หรืออาจจะมาจากสายพานแอรืหย่อนหรือหมดสภาพ ทำให้ลื่น  รวมถึงไฟจากแบ็ตเตอรี่ที่ใช้มานาน เก็บกระแสไฟไม่อยู่หรือมีน้อย จากการเสื่อมของแผ่นธาตุ  การที่เราเร่งรอบเครื่องยนต์เท่ากับว่าทำให้ตัวไดน์ชารฺจเพิ่มกระแสไฟเข้าหม้อแบ็ตและจ่ายให้กับขดฟีลด์คอยของคอม ทำให้มีสนามแม่เหล็กเพิ่มขึ้น แผ่นครัชทคอมก็จะถูกดูดให้แน่นสนิท จึงทำให้แกนเพลาของลูกเบี้ยวสูบคอมทำงานอัดน้ำยาแอร์   จึงต้องตรวจสอบเรื่องไฟของแบ็ตด้วย  ก็ลองไปตรวจตามนี้ดูครับ...srithanon

ขอบคุณพี่ srithanon มากครับ
วันนี้มีอาการเพิ่มมาอีกครับ คือ ดับเครื่อง ถอดกุญแจ แต่ยังมีเสียงอุปกรณ์ทำงานอยู่ครับ (เหมือนเสียงหุบกระจกข้าง หรือ เสียงเวลาเราใส่แผ่นซีดีในเครื่องเล่น)
ก็เลยตัดสินใจเอาเข้าศูนย์อีกที (ศูนย์เดิม พระราม5 ที่ทำให้รถผมงอแงจนถึงทุกวันนี้ล่ะครับ)

เข้าไปเสร็จ เล่าอาการให้ฟังว่า
1. รอบตก เครื่องสั่น วิ่งไม่ราบรื่นเลย
2. แอร์ไม่ฉ่ำ มีแต่ลมเย็น ต้องขับเร็วๆ หรือเหยียบให้รอบทำงานถึงจะกลับมาฉ่ำเหมือนเดิม
3. สตาร์ทเครื่อง (ไม่ว่าเครื่องเย็นหรือร้อน) เข็มไมล์เด้งไปที่ 1.9และ2พันรอบทุกครั้ง
4. ดับเครื่อง ถอดกุญแจ แต่ได้ยินเสียงอุปกรณ์บางอย่างทำงาน (ต่ออีกสัก 3 วินาที แล้วก็เงียบไป)

ช่างศูนย์โตโยต้าพระราม5แจ้งว่าเท่าที่ดูปกติทุกอย่าง ผมแย้งไปว่ามันผิดปกติครับ ผมรู้สึกได้ใช้รถทุกวัน ช่างศูนย์โตโยต้าพระราม5 เลยไปขับรถรุ่นเดียวกันมาให้ผมลอง ซึ่งมันคนละฟีลลิ่งกันเลยครับ รอบก้อเดินเรียบเครื่องไม่สั่น ถอนคันเร่งก้อไม่หน่วง ซึ่งเป็นอารมณ์เดียวกับตอนออกรถมาใหม่ๆครับ

แต่ช่างศูนย์พระราม5 ก็ยังบอกว่ารถผมเป็นปกติ ก็เลยเอาโน๊ตบุ๊คมาต่อกับรถผม โดยให้ดูค่าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งผมแจ้งไปว่า ขอดูค่ามาตรฐานหน่อย เพราะดูจากหน้าจอผมจะไปรู้ได้ยังไงว่า ผิดหรือไม่ผิดปกติ ไม่ได้เรียนช่างเครื่องยนต์มาครับ ช่างศูนย์พระราม5ก็บอกว่า ดูแล้วนะครับคิดว่าถ้าผิดปกติคงมีส่งสัญญาณขึ้นให้เห็น และค่ามาตรฐานมีอยู่ในคอมฯอีกตัวนึงซึ่งวันนี้เจ้าของคอมนั้นไม่มา แถมยังบอกต่อไปอีกว่า อาจจะต้องส่งเรื่องไปที่ศูนย์ TMT (โตโยต้ามอเตอร์ไทยแลนด์) ที่สำโรงบางนา แล้วก็บอกว่าเด๋วจะดำเนินการให้ บลาบลาบลาบลา.....

คือ รู้สึกแย่มากว่า สรุปช่างศูนย์พระราม5 (เป็นหัวหน้าช่างด้วย) มีปัญญาจะดูรถให้ลูกค้าเท่านี้ใช่ไหมครับ แย่จริงๆเลยครับ

ตอนนี้เครียดมากครับ แนวทางแก้ไขคงต้องหาศูนย์ใหม่ให้ช่วยดูให้แล้วล่ะครับ พี่ๆเพื่อนๆสมาชิกทุกท่านที่ได้อ่าน โปรดแนะนำด้วยครับ

 

ออฟไลน์ Taro

  • เด็กรับรถ
  • นักซิ่งขั้นเทพ
  • *****
  • กระทู้: 3,312
  • เครื่องเสียงดังดี มีพวงมาลัยหุ้มหนัง
  • Model: 1.8G ก่อนรีสเป็ก
  • No: NACT3
  • ชื่อเล่น:: ทาโร่
Re: +++ช่วยด้วยครับ รถมีอาการแปลกๆ+++
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: ธันวาคม 09, 2013, 07:00:56 PM »
เปลี่ยนศูนย์ดูครับ รถในระยะประกัน เข้าศูนย์ไหนก็ได้ครับ

 (mk-194)
ที่พี่ไม่ล้างรถ เพราะคู่มือมันเตือนไว้ ถ้าโดนน้ำมากไป เดี๋ยวมันจะกลายเป็นบีเอ็ม




ออฟไลน์ Srithanon

  • ออกใหม่ ป้ายแดง
  • *
  • กระทู้: 80
  • Model: 1.8E
  • No: NACT3988
Re: +++ช่วยด้วยครับ รถมีอาการแปลกๆ+++
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2013, 02:07:18 AM »
ตามที่เล่ามานั้น  ผมว่าช่างคงให้ข้อมูลไม่ตรงประเด็นแล้วครับ  อาการที่เครื่องยนต์มีอาการรอบตกเครื่องสั่น นั้นหมายความว่ามีปัญหาเรื่องระบบการคอนโทรลรอบเดินเบาเกิดขึ้นแล้ว และสิ่งที่บอกเหตุอีกประการหนึ่งที่ว่า ไม่ว่าเครื่องยนต์จะร้อนหรือเย็น เวลาสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วมีรอบเดินเบาเครื่องยนต์สูง 1900-2000 รอบ  มันก็ผิดปกติอยู่แล้วครับ เพราะการสตาร์ทเครื่องยนต์ครั้งแรก เมื่อเครื่องยนต์ยังเย็นอยู่  รอบเครื่องยนต์จะอยู่ที่ประมาณ 1300-1500 รอบต่อนาทีเท่านั้น

ในการที่มีปัญเรื่องรอบเดินเบาสูงบวกกับรอบเครื่องยนต์ตกและเครื่องสั่น  แสดงว่าในระบบอากาศช่วยรอบเดินเบา อาจจะมีอากาศจากภายนอกรั่วเข้าไปในท่อไอดี  หรือระบบเซ็นเซอร์อุณหภูมิน้ำในระบบหล่อเย็นเสีย ก่อนอื่นช่างจะต้องแก้ปัญหาเรื่องรอบเดินเบาให้ถูกต้องเสียก่อน

เมื่อใดก็ตามที่มีรอบเดินเบาเครื่องยนต์สูง ในการสตาร์ทเครื่องยนต์ครั้งแรก ให้มองประเด็นแรกไว้ก่อนว่า มีอากาศภายนอกรั่วเข้าไปในระบบไอดีของเครื่องยนต์ เหมือนกับที่เราคอยเหยียบคันเร่งให้ปีกผีเสื้อเผยอให้อากาสภายนอกจากหน้าลิ้นปีกผีเสื้อผ่านเข้าไปในท่อไอดี  ก็จะีมีรอบเครื่องยนต์สูง มีหลายจุดที่ต้องตรวจสอบ แต่ก็ไม่แน่เสมอไป เพราะมีปัจจัยร่วมหลายส่วน 

ระบบไฟจุดระเบิดก็เป็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้รอบเครื่องยนต์ตกเครื่องสั่น ควรตรวจสอบว่ามีไฟสูงรั่วลีคหรือหัวเทียนมีปัญหา หากไฟสูงลดลงจะทำให้การจุดระเบิดไม่สมบูรณ์ เครื่องยนต์ไม่ีกำลัง ทำให้รอบเดินเบาตกเครื่องสั่น เร่งไม่ตอบสนอง  ลองตรวจเช็คตัวไดเล็คคอยและหัวเทียน ทีละตัว หากดึงสายไฟที่เข้าคอยตัวไหนออก แล้วรอบเครื่องไม่ค่อยตก เครื่องยนต์ไม่ค่อยมีรอบเครื่องยนต์ตก แสดงว่ามีปัญหาที่หัวเทียน หรือที่ตัวไดเร็คคอย ลองสลับไดเร็คคอยหรือหัวเทียนดู ในกรณีที่สงสัยเมื่อดึงสายไฟตัวไดเร็คคอยนั้นออกแล้ว หากดึงแล้วรอบตกทันทีแสดงว่าปกติ 

เมื่อตรวจเรื่องระบบไฟจุดระเบิดแล้ว ให้ช่างนำเครื่อง scan tool OBD2 มาทำการตรวจเช็คตัวเซ็นเซอร์อุณหภูมิน้ำและอากาศ หรือ TDC sensor (และแอร์โฟวล์หากเครื่องยนต์ใช้ระบบแอร์โฟวล์) บางครั้งพบว่าเซ็นเซอร์ดังกล่าวเสีย   ลองเช็คเบื้องต้นแค่นี้ก่อนครับ

สำหรับที่บอกว่าดึงลูกกุญแจออก แล้วได้ยินเสียงอุปกรณ์บางอย่างทำงานประมาณ 3 วินาที   อยากให้ทดลอง บิดลูกกุญแจไปที่ตำแหน่ง ON สักครู่ แล้วปิดดึงลูกกุญแจออก  มีอาการเกิดขึ้นตามที่กล่าวหรือไม่  หากมีแสดงว่าเป็นที่ระบบอุปกรณ์เครื่องเล่น CD หรือระบบไฟมอเตอร์ที่คอนโทรลบางอย่างมีความผิดปกติ เช่นพวกดีเลย์ระบบไฟ ไม่เกี่ยวกับระบบเครื่องยนต์  คงให้ข้อมูลไม่ถูก เพราะผมต้องฟังด้วยตนเอง ถึงจะพอให้คำตอบได้ ....srithanon

ออฟไลน์ jessy

  • ออกใหม่ ป้ายแดง
  • *
  • กระทู้: 6
  • Model: 1.8 E
  • No: NACT2050
Re: +++ช่วยด้วยครับ รถมีอาการแปลกๆ+++
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2013, 05:30:02 PM »
เปลี่ยนศูนย์ดูครับ รถในระยะประกัน เข้าศูนย์ไหนก็ได้ครับ

 (mk-194)

เปลี่ยนศูนย์ฯโดน500บาทครับ เนื่องจากคราวที่แล้วที่บอกว่ารีเซ็ต ECU ในระบบจะระบุเป็นการซ่อมครับ ซึ่งถ้าซ่อมจากศูนย์นี้แล้วจะเปลี่ยนไปศูนย์อื่น จะโดนค่าธรรมเนียม500ครับ (และประกัน1ปีที่การันตีการซ่อมจะขาดไปด้วย)

 (mk-198)

ออฟไลน์ jessy

  • ออกใหม่ ป้ายแดง
  • *
  • กระทู้: 6
  • Model: 1.8 E
  • No: NACT2050
Re: +++ช่วยด้วยครับ รถมีอาการแปลกๆ+++
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2013, 05:44:39 PM »
ตามที่เล่ามานั้น  ผมว่าช่างคงให้ข้อมูลไม่ตรงประเด็นแล้วครับ  อาการที่เครื่องยนต์มีอาการรอบตกเครื่องสั่น นั้นหมายความว่ามีปัญหาเรื่องระบบการคอนโทรลรอบเดินเบาเกิดขึ้นแล้ว และสิ่งที่บอกเหตุอีกประการหนึ่งที่ว่า ไม่ว่าเครื่องยนต์จะร้อนหรือเย็น เวลาสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วมีรอบเดินเบาเครื่องยนต์สูง 1900-2000 รอบ  มันก็ผิดปกติอยู่แล้วครับ เพราะการสตาร์ทเครื่องยนต์ครั้งแรก เมื่อเครื่องยนต์ยังเย็นอยู่  รอบเครื่องยนต์จะอยู่ที่ประมาณ 1300-1500 รอบต่อนาทีเท่านั้น

ในการที่มีปัญเรื่องรอบเดินเบาสูงบวกกับรอบเครื่องยนต์ตกและเครื่องสั่น  แสดงว่าในระบบอากาศช่วยรอบเดินเบา อาจจะมีอากาศจากภายนอกรั่วเข้าไปในท่อไอดี  หรือระบบเซ็นเซอร์อุณหภูมิน้ำในระบบหล่อเย็นเสีย ก่อนอื่นช่างจะต้องแก้ปัญหาเรื่องรอบเดินเบาให้ถูกต้องเสียก่อน

เมื่อใดก็ตามที่มีรอบเดินเบาเครื่องยนต์สูง ในการสตาร์ทเครื่องยนต์ครั้งแรก ให้มองประเด็นแรกไว้ก่อนว่า มีอากาศภายนอกรั่วเข้าไปในระบบไอดีของเครื่องยนต์ เหมือนกับที่เราคอยเหยียบคันเร่งให้ปีกผีเสื้อเผยอให้อากาสภายนอกจากหน้าลิ้นปีกผีเสื้อผ่านเข้าไปในท่อไอดี  ก็จะีมีรอบเครื่องยนต์สูง มีหลายจุดที่ต้องตรวจสอบ แต่ก็ไม่แน่เสมอไป เพราะมีปัจจัยร่วมหลายส่วน 

ระบบไฟจุดระเบิดก็เป็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้รอบเครื่องยนต์ตกเครื่องสั่น ควรตรวจสอบว่ามีไฟสูงรั่วลีคหรือหัวเทียนมีปัญหา หากไฟสูงลดลงจะทำให้การจุดระเบิดไม่สมบูรณ์ เครื่องยนต์ไม่ีกำลัง ทำให้รอบเดินเบาตกเครื่องสั่น เร่งไม่ตอบสนอง  ลองตรวจเช็คตัวไดเล็คคอยและหัวเทียน ทีละตัว หากดึงสายไฟที่เข้าคอยตัวไหนออก แล้วรอบเครื่องไม่ค่อยตก เครื่องยนต์ไม่ค่อยมีรอบเครื่องยนต์ตก แสดงว่ามีปัญหาที่หัวเทียน หรือที่ตัวไดเร็คคอย ลองสลับไดเร็คคอยหรือหัวเทียนดู ในกรณีที่สงสัยเมื่อดึงสายไฟตัวไดเร็คคอยนั้นออกแล้ว หากดึงแล้วรอบตกทันทีแสดงว่าปกติ 

เมื่อตรวจเรื่องระบบไฟจุดระเบิดแล้ว ให้ช่างนำเครื่อง scan tool OBD2 มาทำการตรวจเช็คตัวเซ็นเซอร์อุณหภูมิน้ำและอากาศ หรือ TDC sensor (และแอร์โฟวล์หากเครื่องยนต์ใช้ระบบแอร์โฟวล์) บางครั้งพบว่าเซ็นเซอร์ดังกล่าวเสีย   ลองเช็คเบื้องต้นแค่นี้ก่อนครับ

สำหรับที่บอกว่าดึงลูกกุญแจออก แล้วได้ยินเสียงอุปกรณ์บางอย่างทำงานประมาณ 3 วินาที   อยากให้ทดลอง บิดลูกกุญแจไปที่ตำแหน่ง ON สักครู่ แล้วปิดดึงลูกกุญแจออก  มีอาการเกิดขึ้นตามที่กล่าวหรือไม่  หากมีแสดงว่าเป็นที่ระบบอุปกรณ์เครื่องเล่น CD หรือระบบไฟมอเตอร์ที่คอนโทรลบางอย่างมีความผิดปกติ เช่นพวกดีเลย์ระบบไฟ ไม่เกี่ยวกับระบบเครื่องยนต์  คงให้ข้อมูลไม่ถูก เพราะผมต้องฟังด้วยตนเอง ถึงจะพอให้คำตอบได้ ....srithanon

ขอบคุณมากครับพี่ srithanon ผมขอสรุปให้พี่เห็นภาพครับ (เกรงใจกลัวว่าอ่านที่ผมบ่นแล้ว จะเข้าใจผิดน่ะครับ)
อาการที่1
ตอนนี้ถ้าเครื่องเย็น สตาร์ทปุ๊บ เข็มไมล์เด้งไป 1900-2000 รอบ แล้วจะลดลงมาที่ 1500-1700แป๊บนึง แล้วค่อยไล่ลงมาจนถึง 1100-1200 ครับ
ถ้าเครื่องร้อน เข็มเด้งไปที่ 1900-2000 เหมือนเดิม แต่จะลดมาที่ 1000 เลยครับ

อาการที่2
เกียร์N ไม่เหยียบอะไรทั้งนั้น รอบอยู่ที่600 พอแอร์ทำงานเด้งไปที่700-800 พอแอร์ตัดเด้งไปอีกนิดที่900 แล้วค่อยวูบลงมาที่600น่ะครับ
พอเข้าเกียร์ ออกตัวปกติ รถอืดมากครับ ถ้าอยากให้รถวิ่งหน่อย รอบจะไปอยู่ที่ 1200-1300 แน่ะครับ (พอพ้นเกียร์1แล้ว รอบลงมาที่1000ครับ)

อาการที่3
แอร์มีแต่ลมเย็น ต้องเหยียบให้รถวิ่งๆหน่อย หรือ เปิดแอร์แรงๆ ความฉ่ำถึงจะกลับมาครับ

ขอบคุณมากครับ