โบร์ชัวร์ภาษาไทยรุ่นทั่วไป (PDF) โบร์ชัวร์ภาษาไทยรุ่น ESSport (PDF)
สเป็กละเอียดของ All New Altis 2014 All New Altis 2014 มีสีอะไรให้เลือกบ้าง

ข้อมูลนิวอัลติส 2014 สำหรับการตัดสินใจซื้อ

ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อมูลนิวอัลติส 2014 (New Altis 2014) สำหรับการตัดสินใจซื้อครับ  (อ่าน 13168 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Taro

  • เด็กรับรถ
  • นักซิ่งขั้นเทพ
  • *****
  • กระทู้: 3,944
  • แรงม้าความดี: +0/-0
  • เครื่องเสียงดังดี มีพวงมาลัยหุ้มหนัง
  • Model: 1.8G ก่อนรีสเป็ก
  • No: NACT3
  • ชื่อเล่น:: ทาโร่



กระทู้นี้สำหรับสมาชิกหรือผู้ที่สนใจจะเป็นเจ้าของรถโตโยต้า นิวอัลติส 2014 ซักคันนะครับ ต้องบอกก่อนว่าผมเขียนกระทู้นี้ขึ้นเองโดยไม่พยายามไปอ่านของคนอื่นเค้า เพราะต้องการให้มีมุมมองและข้อมูลที่แตกต่างจากเว็บอื่น โดยหวังว่าจะเป็นข้อมูลในการตัดสินใจอีกด้านนึงครับ

โตโยต้าโคโรลล่าอัลติส โฉมปัจจุบันเป็น Generation ที่ 11 เริ่มปี 2557 (เริ่มมกราคมเลย เหมือนตัวก่อนที่เริ่มปี 2008 มกราคมเช่นกัน) โดยโฉมนี้ไม่อยากจะเรียกว่าออลนิวเลยครับ เพราะยังใช้เครื่องเดิมและอุปกรณ์หลายอย่างในรถที่เป็นเลกาซี่ คือนำมาจากตัวพ่อในปี 2008 อยู่หลายอย่าง ถ้าให้ดูแต่ภาพเครื่อง แยกไม่ออกครับว่ารุ่นไหน อ่ะนะ แต่ก็เปิดตัวมาได้อย่างสวยงาม มีสโลแกนประจำรุ่นว่า "So Exited รุ่นใหม่ เร้าใจเหลือเกิน" ภาษาไทยนี่ผมแปลเองครับ  (mk-183) อย่าคิดมาก


รูปร่างภายนอก

รูปโฉมภายนอกของอัลติสรุ่น 2002 นั้น ดูเป็นแนวผู้สูงวัยไปหน่อย ทำให้เสียรังวัดให้กับ Civic, Civic FD ไปพอสมควรครับ โดยนิวอัลติส 2008 นั้น มีการปรับโฉมทั้งภายในภายนอกมากทีเดียว ทำให้สามารถลบภาพลักษณ์ความแก่ ออกไปได้อย่างชัดเจน (ทั้งๆ ที่คนขับส่วนใหญ่ก็ยังเป็นกลุ่ม ส.ว. เหมือนเดิม  (mk-44) ) ในโฉม 2014 นี้ เราคงไม่ต้องบรรยายอะไรมากถึงรูปโฉมภายนอก เพราะออกแนวอวกาศมาก ซึ่งจะลดอายุกลุ่มผู้ใช้ได้มากทีเดียว (เรียกว่าหัวหงอกๆ เข้าไปนั่งในรถนี่ หัวดำเลย  (mk-189) อ่า ไม่ได้หมายถึงอย่างนั้นครับ) นอกเหนือจากความโฉบเฉี่ยวของการออกแบบ ส่วนที่มีความโดดเด่นคือกระจังหน้าที่เป็นโครเมี่ยมทั้งชิ้นขนาดใหญ่ ทำให้รถดูวิ๊งๆ ขึ้นมาอีกเยอะทีเดียว แถมถ้าเป็นรุ่นใหญ่ ไฟหน้าจะเปร่งประกายอย่างมาก ทำให้มองจากด้านหน้าแล้วมีออร่าออกจากรถกันเลยทีเดียว ฟรุ้งฟริ้งกันได้ไม่ต้องพึ่งแอ็พ




ไฟท้ายนั้นก็ออกแบบใหม่ได้สวยงามทีเดียวครับ  (mk-184) เห็นแล้วชอบทันที ที่รู้สึกขัดๆ คือ มุมมองจากด้านหลังนี่เหมือนก้นจะฟี๊บๆ นะครับ คงเป็นเพราะตัว 2008 นั้นมีแต่คนตั้งชื่อให้ว่าไอ้ก้นย้อย ตัวนี้เลยทำซ๊ะไม่มีก้นเลย  (mk-181) ถ้าท้ายกว้างกว่านี้อีกนิด รับรองว่าหล่อรอบคันจริงๆ สำหรับผู้ที่ขี้เกียจแต่อยากหล่อ อยากสวย ก็แนะนำเป็นรุ่น ESport ครับ เพราะเค้าแต่งภายนอกมาให้เสร็จสรรพ เรียกว่าล้อหมุนออกจากศูนย์ก็เท่ห์ทันที


ที่จะอินเทรนกับเค้าหน่อยคือมือจับเปิดประตูรถมีแถบโครเมี่ยมครับ จะมีในรุ่น 1.6G, 1.8S, 1.8 G, 1.8V ดูเท่ห์ดีเหมือนกัล  (mk-59)








# วิจารณ์ รีวิว นิวอัลติส 2014 Review New Altis 2014 ตัดสินใจซื้อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 12, 2014, 10:47:28 am โดย Taro »
ที่พี่ไม่ล้างรถ เพราะคู่มือมันเตือนไว้ ถ้าโดนน้ำมากไป เดี๋ยวมันจะกลายเป็นบีเอ็ม




ออฟไลน์ Taro

  • เด็กรับรถ
  • นักซิ่งขั้นเทพ
  • *****
  • กระทู้: 3,944
  • แรงม้าความดี: +0/-0
  • เครื่องเสียงดังดี มีพวงมาลัยหุ้มหนัง
  • Model: 1.8G ก่อนรีสเป็ก
  • No: NACT3
  • ชื่อเล่น:: ทาโร่
Re: ข้อมูลนิวอัลติส 2014 สำหรับการตัดสินใจซื้อครับ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2014, 11:47:36 am »



ส่วนของมิติรถนั้น ไม่มีอะไรแตกต่างจากรุ่นปี 2008 มากนัก ไม่อยากเทียบ เพราะคงมีคนเทียบกันเพี๊ยบ แต่เทียบไปก็ไม่มีอะไรครับ เหมือนยาริสที่ตัวเก่ากับตัวใหม่มีมิตินอกรถแตกต่างกันเยอะ ซึ่งก็แทบไม่ได้เป็นตัวชี้วัดอะไรเลย ส่วนสำคัญที่ผมจะบอกคือรุ่นปี 2014 นี้ มีการเพิ่มความยาวของฐานล้ออีก 10 ซ.ม. อันนี้แหล่ะที่มีความหมายอย่างชัดเจนว่าจะเกาะถนนดีขึ้นอย่างรู้สึกได้  (๐l) ถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดีขึ้นจริง จุดนี้จึงทำให้วงเลี้ยวแคบสุดของรุ่นนี้มากกว่ารุ่นก่อน 10 ซ.ม. ด้วยเช่นกันครับ แต่ส่วนที่มีการเพิ่มเข้าไปแล้วยังคิดไม่ออกว่าจะช่วยอะไรได้ เพราะมันเล็กเกิ๊นคือคลีบแหวกอากาศซึ่งบ่องตงว่าไม่เข้าใจว่าคลีบเล็กๆ จะแหวกอากาศได้มากขนาดไหน (อย่างสปอยเลอร์หลังรถแข่ง คลีบเท่าโลก จะมีผลก็ต่อเมื่อรถมีความเร็วเกิน 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไปแล้วครับ ถึงจะทำหน้าที่คล้ายปีกเครื่องบินได้ แต่กลับด้านนะครับ คือสปอยเลอร์จะกดท้ายรถให้แนบกับพื้นมากขึ้น เพื่อให้รถเกาะถนนที่ความเร็วสูงได้ ไม่งั้นรถไถลออกนอกเลนแน่) ที่ซุ้มล้อด้านหลังจะมีคลีบสามเหลี่ยมยื่นออกมานิดหน่อย ตรงนี้ถ้าเป็นรถสีดำจะนึกว่าประกอบมาไม่ดี แต่ดูดีๆ จะเห็นว่ามันเป็นส่วนที่ยื่นออกมาจริงๆ นิดนึง เท่ากันทั้งสองด้าน เลยรู้ว่าตั้งใจทำ (แต่เห็นทีไร นึกว่าแผ่นกันโคลนด้านในหลุดออกมาทุกที)  (mk-181)








ระบบกันสะเทือนของรุ่นปี 2014 นี้ ถูกปรับให้นุ่นนวลมากขึ้นครับ และด้วยเครื่องยนต์ Dual VVT-i ที่มีความสั่นน้อยลงอย่างรู้สึกได้ (ซึ่งก็มีตั้งแต่ตัวปี 2009 แล้ว) ทำให้รถป้ายแดงตัวนี้มีความนุ่ม เงียบ เหมือนขับรถไฮบริดจ์ช่วงความเร็วต่ำเลยครับ คือนิ่มมาก เงียบมาก ขับแล้วรู้สึกถึงความผ่อนคลายครับ (ที่บอกว่าป้ายแดง เพราะเก่าๆ ไปแล้วไม่รู้ว่าจะยังนิ่มเหมือนเดิมมั้ย)  (mk-12)   และโดยประสบการณ์ช่วงล่างนิ่มแบบนี้ เวลาที่รถวิ่งความเร็วสูงมักจะโยนตัวมากเวลาเข้าโค้ง กรณีที่เป็นขาซิ่งก็แนะนำว่าควรมองหาโช้ค-สปริงค์เปลี่ยนได้เลยครับ แต่ถ้าคุณกำลังมองหารถรับสาวๆ คันนี้เหมาะมาก  (mk-184) นั่งแล้วมีความสุข ยกเว้นขับไปด่าชาวบ้านไป ปาดๆ เบรกๆ รับรองสาวทิ้งหมด  (mk-189)


ระบบช่วงล่างล้อหน้ายังคงใช้เป็นแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง ล้อหลังเป็นทอร์ชั่นบีมพร้อมเหล็กกันโคลง (ด้านหลังนี่ตั้งชื่อเรียกเท่ห์มาก แต่มันคือเหล็กพับ 1 แท่ง ใครทำเบี้ยวได้ถือว่าขับโหดมาก) ก็ไม่มีอะไรมาก โตโยต้าใช้ระบบนี้มาตลอดอยู่แล้ว ถือว่าดีแล้วครับ เพราะพิสูจน์แล้วว่าโคตรทนและบำรุงรักษาง่าย แท็กซี่รักทุกคน

ส่วนของแต่งนอกรถก็ไปดูกันเอาตามแค็ตตาล็อคเลยนะครับ ไม่ค่อยมีอะไรโดนใจผมเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นแผ่นโครเมี่ยมติดรอบครับ ตรงไฟตัดหมอกก็โอครับ แต่ถ้าติดโครเมี่ยมเยอะไป มันดูบ้านนอกๆ ครับ ขอบอก  (mk-113)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 25, 2014, 12:22:38 am โดย Taro »
ที่พี่ไม่ล้างรถ เพราะคู่มือมันเตือนไว้ ถ้าโดนน้ำมากไป เดี๋ยวมันจะกลายเป็นบีเอ็ม




ออฟไลน์ Taro

  • เด็กรับรถ
  • นักซิ่งขั้นเทพ
  • *****
  • กระทู้: 3,944
  • แรงม้าความดี: +0/-0
  • เครื่องเสียงดังดี มีพวงมาลัยหุ้มหนัง
  • Model: 1.8G ก่อนรีสเป็ก
  • No: NACT3
  • ชื่อเล่น:: ทาโร่
Re: ข้อมูลนิวอัลติส 2014 สำหรับการตัดสินใจซื้อครับ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2014, 12:39:24 pm »


เครื่องยนต์ของโฉมนี้มีให้เลือก 2 ตัวคือ 1.6 และ 1.8 ครับ (อีกหน่อยก็ออกตัว 2.0 เป็น minor change คอยดูดิ) ทุกตัวจะเป็น Dual VVT-i หมด อย่างที่บอกคือตัว Dual VVT-i นั้นมีความแตกต่างจากเครื่องตัว VVT-i ในอดีตคือมีการเพิ่มชุดปรับการเปิดปิดวาล์วไอเสียเข้าไปด้วย ทำให้การเปิด-ปิดวาล์วไอดี-ไอเสียมีความสัมพันธ์กันอย่างที่สุด ผลทำให้เครื่องยนต์มีการสั่นน้อยลงอย่างรู้สึกได้ และมันก็ส่งผลถึงอารมณ์การขับด้วยครับ ทำให้รู้สึกว่ารถมีความนุ่มนวลในการขับขี่ โดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองนี่ถือว่าเป็นที่สุดอีกรุ่นนึงเลยทีเดียว สำหรับเครื่อง 1.8 รองรับการเติมน้ำมัน E85 ด้วยครับ

(ระบบ VVT-i เดิมนั้น เป็นระบบการควบคุมการปิดเปิดวาล์วเพื่อให้ได้อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ต่ำ, สมรรถนะเครื่องยนต์สูงและลดปริมาณไอเสียครับ)

ตัวช่วยที่สำคัญอีกชิ้นนึงคือเกียร์ Super CVT-i 7 สปีด ยิ่งทำให้เกิดความนุ่นนวลในการขับขี่เข้าไปอีก เพราะเกียร์ระบบนี้จะไม่มีอาการกระตุกเมื่อมีการเปลี่ยนเกียร์ ตามความจริงคือมันระบุหมายเลขเกียร์ไม่ได้ แต่เพื่อความชัดเจนก็ทำให้มันมีซ๊ะ จะกี่สปิดก็ไม่มีผล เพราะมันคือตัวเลขเท่านั้นครับ ถ้าว่ากันตามจริงก็มีเกียร์เดียวแหล่ะ เกียร์สายพานนี้เหมาะกับรถบ้านมากที่สุดแล้ว เพราะบำรุงรักษาง่าย (แต่ถ้าใช้ไม่เป็นเกียร์ก็พังได้เหมือนกัน โดยเฉพาะพวกชอบซิ่ง ออกตัวปรู๊ดปร๊าดตลอดเวลา)

เกียร์ Super CVT-i นี้เป็นการแก้ลำกับ Civic มั้งครับ เพราะเค้าออกมาเป็น CVT 5 สปีดตั้งแต่แรก แล้วก็มีแต่คนมาติว่านิวอัลติสเป็นเกียร์เฟือง 4 สปีด สู้ 5 สปีดของ Civic ไม่ได้ ซึ่งในกาลต่อมา นิวอัลติส 2008 ก็ได้ปรับโฉมออกใหม่เป็นเกียร์ CVT 7 สปีดในปี 2010 ด้วยแคมเปญ 7 Wonder Speed เรียกว่าจะมาทั้งทีพี่เค้าขอ 2 ไปเลย  (mk-189) กลัวชนะไม่ขาด จริงๆ ก็เพิ่มให้มี 10 เกียร์เลยก็ได้นะ  (mk-29)

แต่การเปลี่ยนระบบเกียร์ในครั้งนั้น ทำให้รู้ว่าเกียร์เฟืองหรือของโตโยต้าเรียกว่า Super ECT นั้น มันแรงกว่ามากทีเดียว โดยเฉพาะช่วงออกตัว ถ้าข้างๆ จะแข่งด้วยเป็น Civic หรือ Altis โฉมใหม่ ผมเล่นด้วยครับ เพราะเราเหยียบเบาะๆ ก็ออกตัวได้ดีกว่าเป็นไหนๆ แล้ว คือเกียร์เฟืองนั้นจะไม่ย้วยตอนออกตัวครับ เพราะเฟืองสามารถถ่ายแรงลงไปที่ล้อได้ดีกว่าสายพาน สายพานจะย้อยตอนเริ่มขับเคลื่อนระบบ แต่จะถ่ายแรงได้ดีกว่าและสูญเสียพลังงานน้อยกว่าเมื่อรอบสูง แถมยังทดได้เยอะกว่าเกียร์เฟือง พูดในทางกลับกันคือความเร็วเท่ากัน เกียร์สายพานรอบจะน้อยกว่า ทำให้ประหยัดกว่า และพิสูจน์แล้วว่าประหยัดได้มากถึง 10-15% เลยทีเดียว ถ้าพฤติกรรมการขับเหมือนกัน

สรุป   (mk-173)   ยุคนี้จะหาเกียร์เฟืองไม่ได้แล้ว ใช้เกียร์สายพานไปเหอะ  (mk-189) เวลาออกตัวก็ค่อยๆ หน่อยแล้วกัน จะได้ไม่เสียตังค์ก่อนวัยอันควร (ยืมคำของคนขายประกันตอนแช่งให้เราตายมาใช้  (mk-86) )

ส่วนถ้าใครกำลังเปรียบเทียบหลายยี่ห้อแล้วเอาตัวเลข แรงม้า แรงบิด มาเปรียบเทียบกัน บอกได้เลยว่าถ้าดูกราฟไม่เป็น เอาแต่ตัวเลขมาเทียบๆ กันแล้วสรุปว่าคันโน้นดีกว่าคันนี้ เพราะตัวเลขดีกว่า ผมจะบอกเลยว่า "ผิด" ครับ ไปลองขับจริงดีกว่า เอาความรู้สึกของตนเองเทียบ ยังดีว่าดูตัวเลขแล้วเชื่อครับ เพราะแต่ละยี่ห้อ การทดสอบมีองค์ประกอบที่แตกต่างกัน เราเอาผลสุดท้ายมาดูอย่างเดียวไม่ได้ครับ
 (mk-194)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 15, 2014, 10:52:41 am โดย Taro »
ที่พี่ไม่ล้างรถ เพราะคู่มือมันเตือนไว้ ถ้าโดนน้ำมากไป เดี๋ยวมันจะกลายเป็นบีเอ็ม




ออฟไลน์ Taro

  • เด็กรับรถ
  • นักซิ่งขั้นเทพ
  • *****
  • กระทู้: 3,944
  • แรงม้าความดี: +0/-0
  • เครื่องเสียงดังดี มีพวงมาลัยหุ้มหนัง
  • Model: 1.8G ก่อนรีสเป็ก
  • No: NACT3
  • ชื่อเล่น:: ทาโร่
Re: ข้อมูลนิวอัลติส 2014 สำหรับการตัดสินใจซื้อครับ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2014, 01:09:22 pm »
ภายในตัวรถ



อารมณ์ที่เห็นคอนโซลของรุ่นนี้ในวินาทีแรก "มันมีกลิ่นของ Civic อย่างชัดเจน" ครับ เรียกได้ว่าเข้าไปนั่งแล้ว ต้องออกมานอกรถดูกันอีกทีว่าเรานั่งรถยี่ห้ออะไร  (mk-192)   เอาหน่า... ทำใจเป็นกลางนิดนึง เค้าคงออกแบบตามเทรน ให้ดูทันสมัย ในที่สุดก็พบว่าโตโยต้าจะเลียนแบบทั้งที ต้องมีระดับ ไม่ใช่หันไปข้างๆ แล้วลอกการบ้านเลย เค้าไปก๊อปมาจากโน่น อเมริกาเลยครับ หลับตานึกภาพตามครับ เป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ เทือกเขาล้อมรอบ มีฝูงมัสแตงวิ่งกันด้วยความเร็วยากที่จะตามทัน

 (mk-189)

ดูภาพแล้วพยายามจินตนาการตามนะครับ



 (mk-12) ไม่คล้ายแต่ไกล้เคียงหล่ะหน่า อยากให้คนที่ตัดสินใจซื้อรุ่นนี้แล้วรู้สึกว่ารถเรานี่อินเตอร์เสียนี่กระไร ความหรูระดับรถในตำนานเลยทีเดียว  (๐l) ตำกันนานๆ ไปเลย  (mk-138)


เรือนไมล์รุ่นนี้สวยทีเดียวครับ เน้นสีฟ้าตามสมัยนิยม (ในภาพเป็นไมล์ธรรมดาครับ รุ่นใหญ่ๆ จะได้ไมล์อ๊อฟติตรอน จอแสดงผลจะอยู่ตรงกลาง แต่ไม่ต้องเสียใจครับ จออ๊อฟติตรอนดูแก่กว่าเยอะ  (mk-195) )



มี 3 ช่องเหมือนกับวีโก้ ฟอร์จูนเนอร์ ครับ รุ่นใหญ่จะได้ไมล์อ๊อฟติตรอนอย่างที่บอกไปแล้ว ซึ่งจอแสดงผลจะอลังการกว่าเท่านั้น (เอิ่ม...เท่านั้นจริงเหรอ  (mk-95) ) แต่แน่นอนครับ จออ๊อฟติตรอนดูหรูกว่าครับ ใครๆ ก็อยากได้



พอดีหารูปไมล์อ๊อฟติตรอนเจอครับ รับชมกันไป  (mk-139) จะแก่ไปไหนเนี้ย



พวงมาลัยปรับกลับมาเป็นทรงกลมเด๊ะเหมือนเมื่อก่อน (ตัว 2010 พวงมาลัยจะไม่เป็นทรงกลมครับ ด้านล่างจะปาดเป็นเหลี่ยมนิดนึง เพื่อหลบขาตอนเข้า-ออกจากรถ แต่เวลาขับขี่รู้สึกว่ามันแหว่ง  (mk-189) )  ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและโทรศัพท์นั้นออกแบบไม่สวยครับ ย้ำ... ไม่สวยอย่างแรงครับ  (mk-193) ถ้าไปดูรุ่น 2008 ผมว่าดูดีกว่าเยอะ ยิ่งไปเทียบกับ Civic ผมว่าตรงนี้ Civic เค้าชนะเราขาดลอยเลยครับ แต่ความอ้วนของมือจับใหญ่ขึ้น ทำให้จับพวงมาลัยได้กระชับมากขึ้นครับ (ไม่รู้สินะ... ก็ผมตัวใหญ่ จับตัวเก่าแล้วรู้สึกอยากให้มันใหญ่ขึ้นมาโดยตลอด ตัวนี้กระชับมือกว่าครับ  (mk-179) )  ที่น่าแปลกใจคือพวงมาลัยรุ่นอื่นๆ ของโตโยต้าก็สวยกว่าตัวนี้หมดเลยครับ ไม่ได้ลำเอียงนะ เรื่องจริงเลย  (mk-197)

กระจกหูช้างด้านข้าง ดูจากภายนอกที่ทรงมันค่อนข้างจะเรียวปลาย ทำให้ผมกังวลว่าจะเหมือนกับ Civic หรือเปล่าที่มุมมองแคบมาก แต่พอเข้าไปขับจริง ก็ไม่เป็นครับ มองได้กว้างตามเดิม ความเรียวปลายของกระจกจึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการขับขี่ พูดให้ฟังดูดีคือ ให้ทัศนะวิสัยการขับขี่ที่ดีเช่นเดิมครับ (ของ Civic นั้นกระจกด้านซ้ายมีทัศนะวิสัยที่ไม่ดีอย่างแรง ผมไม่ทราบว่าเค้าขับกันได้อย่างไรนะครับ คงเป็นเพราะผมชินกับรถตัวเอง เพราะนอกจากกระจกจะล้ำมาด้านหลังเยอะแล้ว มุมมองยังแคบอีก ทำให้เวลาขับอยู่เลนขวา มองเห็นเลนซ้ายที่ติดกันได้เท่านั้น ทำให้อันตรายหากเรากำลังเปลี่ยนเลนไปทางซ้าย ในขณะที่เลนซ้ายกว่าไปอีกกำลังเปลี่ยนเลนมาทางขวา จะมาเจอกันพอดี จากการสอบถามน้องที่ขับ Civic เป็นประจำ เค้าบอกว่า เค้าต้องเอี้ยวตัวไปดูเองทุกครั้งถ้าจะออกซ้าย เออ... จริงๆ ก็ทำให้ปลอดภัยกว่าอีกเน๊อะ  (mk-189) แต่อ้วนๆ อย่างผม จะให้เอี้ยวตัวทุกครั้งก็คงไม่ไหวนะ แถมถ้ามีคนนั่งหน้าด้วยแล้ว ชอบบังกระจกเป็นอย่างมาก ถ้าเป็นสาวๆ นั่งไปด้วยก็ดีจิ  (mk-41) หันไปมองทั้งวัน  (mk-183) )

ช่องแอร์ ปุ่มปรับอื่นๆ ไม่มีความเห็นครับ ก็เอื้อมถึงทั้งนั้น  (mk-44) อ่อๆ สวยดีครับ ปุ่มจะออกเหลี่ยมๆ ให้เข้ากับคอนโซล แต่ที่รู้สึกว่าขัดคือ (รู้สึกแกขัดเยอะจังนะ ติตลอด  (mk-189) )  คือมือจับประตูอ่ะครับ ไม่รู้จะใหญ่ไปไหน แถมรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ไม่มีลายไม้ด้วย (ลดต้นทุน  (mk-118) )  ครือจะเป็นสีเงินทั้งหมด ตั้งแต่คอนโซล มือจับข้างประตู ที่เปิดประตู เรียกว่ามองไปทางไหนก็เงิน (ได้กลิ่น Civic อีกแล้ว  (mk-182) )

ส่วนที่นิวอัลติสดีกว่า Civic ชัดเจนคือที่เปลี่ยนเกียร์ครับ การออกแบบที่เรียกว่า Gate-type นั้นสามารถป้องกันการเข้าเกียร์ผิดได้เป็นอย่างดี รวมทั้งป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดได้ ส่วน Civic นั้นเป็นแบบตรงๆ ผมขับอยู่ 9 วัน เข้าผิดทั้งวัน ทุกวัน ปุ่มปลดล็อคที่หัวเกียร์หนีบมือแทบทุกครั้งที่กด ต้องละสายตามาดูด้วยตัวเองทุกครั้งว่ากำลังทำอะไรอยู่  (mk-138)   อยากจะบอกว่าตั้งแต่ขับอัลติสมา ตรงนี้ไม่เคยสร้างปัญหาให้ผมเลย จึงให้คะแนนนิวอัลติสเรื่องที่เปลี่ยนเกียร์นี้ชนะครับ (ที่ต้องเทียบกับ Civic ตลอดๆ เพราะผมเข้าใจว่าคนที่กำลังซื้อรถระดับนี้ ก็คงจะมอง 2 ตัวนี้เป็นหลัก คงไม่มีใครเอาไปเทียบกับปิคันโต้นะครับ ถ้ามีบอกด้วย จะได้กล่าวถึงบ้าง  (mk-133) เอาจริงดิ)




รุ่นนี้นำนาฬิกากลับมาวางไว้ตรงกลางคอนโซลเหมือนเดิมครับ ไม่เหมือนปี 2008 นาฬิกาจะอยู่ที่ไมล์ ทำให้คนขับดูได้คนเดียว รุ่นนี้ใครๆ ในรถก็รู้เวลา เมื่อก่อนไม่รู้จักเวล่ำเวลาเลย  (mk-143)


เครื่องเสียงติดรถก็ได้มาตรฐานดีครับ เสียงสมตัว ตัวนี้รองรับการต่อกับ iPhone, iPod ได้ ตัวที่เป็นจอ รองรับ Smart G-Book (Android) ได้ครับ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 25, 2014, 01:22:21 pm โดย Taro »
ที่พี่ไม่ล้างรถ เพราะคู่มือมันเตือนไว้ ถ้าโดนน้ำมากไป เดี๋ยวมันจะกลายเป็นบีเอ็ม




ออฟไลน์ Taro

  • เด็กรับรถ
  • นักซิ่งขั้นเทพ
  • *****
  • กระทู้: 3,944
  • แรงม้าความดี: +0/-0
  • เครื่องเสียงดังดี มีพวงมาลัยหุ้มหนัง
  • Model: 1.8G ก่อนรีสเป็ก
  • No: NACT3
  • ชื่อเล่น:: ทาโร่
Re: ข้อมูลนิวอัลติส 2014 สำหรับการตัดสินใจซื้อครับ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2014, 02:43:42 pm »
ระบบความปลอดภัยของนิวอัลติส

ผมจะอธิบายรวมๆ นะครับ รุ่นไหนไม่มีก็คือไม่มีนะครับ ดูได้จากตารางเปรียบเทียบครับ http://www.newaltisclubthailand.com/index.php?topic=6446.msg186617;topicseen#new

ระบบเบรก ABS (Anti-lock braking System)
ระบบนี้ไม่ใช่ของใหม่แล้วครับ แถมมีในรถแบบทุกระดับแล้ว คือระบบบังคับการจ่ายน้ำมันเบรกหากเราเหยียบเบรกค้างไว้เป็นเวลานาน ระบบจะบังคับการจ่ายน้ำมันเบรกคล้ายการเหยียบเบรกแล้วปล่อย ส่งผลให้ระยะเบรกสั้นลง รวมทั้งป้องกันผ้าเบรกละลาย ที่มาเป็นชื่อเรียกของระบบคือ Anti-lock braking System

ระบบบรก BA (Brake Assist)
ระบบนี้เป็นระบบเพิ่มแรงดันอากาศที่หม้อลมเบรกเมื่อมีการเหยียบเบรกกระทันหัน ให้มีแรงลมมากกว่าปกติ ทำให้ระยะเบรกสั้นลงกว่าภาวะปกติ
(สำหรับรุ่นที่มีระบบ VSC ระบบนี้จะไม่ได้อยู่ที่หม้อลมเบรกครับ แต่จะให้ ECU ควบคุมการเบรกที่แอ็คชิวเอเตอร์น้ำมันเบรกโดยตรงเลย, แอคชิวเอเตอร์น้ำมันเบรกคือระบบจ่ายน้ำมันเบรกควบคุมด้วยไฟฟ้าครับ อยู่ติดกับที่เติมน้ำปัดน้ำฝน)

ระบบ EBD (Electronic Brake-force Distribution)
เป็นระบบควบคุมการจ่ายน้ำมันเบรกไม่เท่ากันทั้ง 4 ล้อ เพื่อให้สามารถควบคุมการเบรกแต่ละล้อแยกกันได้ ทำให้การทรงตัวกรณีน้ำหนักที่ลงแต่ละล้อไม่เท่ากันทำได้ดีขึ้น (มีคนนั่งไม่สมดุลย์หรือการเบรกรถในทางโค้ง) ระยะเบรกสั้นลง

ระบบ TRC (Traction Control)
ระบบควบคุมล้อหมุนฟรี ซึ่งจะทำให้รถเกิดการไถลได้

ระบบ VSC (Vehicle Stability Control)
ระบบควบคุมทุกๆ อย่างที่กล่าวมาด้านบนเกือบทั้งหมดให้ทำงานร่วมกันเป็นทีม มีการวัดการหมุนพวงมาลัย (องศาล้อ) พร้อมความสามารถในการควบคุมเครื่องยนต์ เพื่อให้รถสามารถทรงตัวได้อย่างถูกต้องเมื่อเราเข้าโค้งหรือเบรก โดยเฉพาะการดึงรถที่กำลังเสียหลักจากการเบรกในขณะเข้าโค้ง ระบบจะสามารถดึงรถให้กลับเข้าแนวพวงมาลัยที่กำลังเลี้ยวตามโค้งได้ (ซึ่งผู้ขับทำเองไม่ได้หมดทุกอย่าง แต่ระบบ VSC ทำได้หมด) แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าระบบนี้สามารถช่วยเราได้ก่อนที่รถจะเสียหลักจริงๆ นะครับ ถ้ารถเสียหลักไปแล้ว ระบบนี้ไม่มีความหมายนะครับ เช่นรถเสียหลักสไลด์ไปตามแนวขวาง คือรถไหลไปด้วยแรงเหวี่ยงแล้ว ไม่ใช่การขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ ระบบนี้จะช่วยเราไม่ได้แล้ว

สำหรับตัวผมเอง คิดว่าคุ้มแล้วครับ เพราะระบบนี้ทำงาน 2 ครั้งในช่วงการใช้รถตัวนี้ ช่วยให้ผมไม่ต้องประสบอุบัติเหตุได้ ตัวรถเหมือนจะถูกดึงกลับเข้าแนวทางโค้งด้วยพลังอะไรบอกไม่ถูก แต่รู้สึกชัดๆ เลยครับว่ารถถูกดึงกลับเข้าแนวได้เอง พร้อมมีเสียงร้อง ตี๊ดๆๆๆๆ ดัง 2-3 วินาที (ในช่วงที่ระบบทำงาน) จากนั้นเราก็ขับต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  (mk-90) จริงๆ แล้วมีนะ เพียงแต่ยังทำเก่งอยู่  (mk-138) นึกว่าจะไม่รอดซ๊ะแล้ว

โครงสร้างนิรภัย GOA
คือการออกแบบโครงสร้างตัวถังรถให้สามารถดูดซับแรงปะทะได้โดยลดความเสียหายที่จะมาถึงห้องโดยสาร โดยการเสริมแผ่นเหล็กกล้าความแข็งแกร่งสูงและแผ่นเหล็กกล้าความแข็งแกร่งสูงพิเศษไว้ตามบริเวณต่างๆ ของตัวถังรถ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ระบบความปลอดภัยนี้จะลดความเสียหายแก่ผู้ที่อยู่ในรถได้ เช่นเมื่อมีการชนท้ายรถกัน รถที่ถูกชนแม้ว่าจะเสียหายด้านหน้าหรือด้านหลังเป็นอย่างมาก แต่ส่วนมากประตูรถจะสามารถเปิดได้ตามปกติ เพื่อให้ผู้โดยสารออกจากตัวรถได้ กรณีมีการปะทะจากด้านข้าง จะมีระบบดูดซับแรงกระแทกเช่นกัน นอกจากนั้นเค้ายังใส่แท่งเหล็กไว้ที่ประตูทั้ง 4 บานเพื่อไม่ให้ยุบไปถึงผู้โดยสารครับ แต่ก็นะ ไม่ชนดีที่สุดครับ  (mk-29)

วัสดุที่ใช้ในห้องโดยสาร โดยเฉพาะครึ่งบนนั้น จะเป็นวัสดุที่ดูดซับแรงกระแทกได้มากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้คนในห้องโดยสารไปกระแทกกับวัสดุภายในรถ (ถึงว่าวัสดุภายในรถถึงดูยวบยาบยังงัยชอบกล)

สำหรับโครงสร้างนิรภัยนี้ นอกจากจะออกแบบมาให้ปกป้องคนในห้องโดยสารแล้ว ยังได้ออกแบบไว้สำหรับการที่รถจะชนคนด้วยครับ เช่นที่ฝากระโปรงรถและที่ปัดน้ำฝน การออกแบบจะมีความแข็งแรงในแนวราบมาก แต่กรณีที่รถไปชนคนแล้วศรีษะมาฟาดกับฝากระโปรง โครงฝากระโปรงจะยุบตัวง่ายเพื่อดูดซับแรงไม่ให้คนถูกชนบาดเจ็บถึงขั้นสาหัส หรือแม้กระทั่งที่ปัดน้ำฝนก็จะยุบตัวได้มาก เมื่อถูกแรงปะทะเข้าไปตรงๆ

โครงสร้าง GOA ถึงเป็นโครงสร้างที่ทางโตโยต้าเค้าภูมิใจนักหนา เพราะออกแบบให้ปลอดภัยถึงคนอื่นด้วย นอกจากภายในรถ  (mk-42)


ถุงลมนิรภัย SRS (Supplemental Restraint System)
คือถุงผ้าที่คล้ายลูกโป่งที่ปกติจะแฟ่บ พับเก็บไว้ในกล่องเล็กๆ ซ่อนไว้ที่พวงมาลัยและตำแหน่งที่เป็นจุดกระแทกรุนแรง ของนิวอัลติสจะมี 2 ตำแหน่งครับ ที่พวงมาลัยกับคอนโซลฝั่งคนนั่ง เมื่อเกิดแรงกระแทก ฝาปิดกระป๋องแก็สในถงลมจะแตกออก ส่งผลให้ก๊าซดันถุงลมให้พองออกอย่างรวดเร็ว (ประมาณ 3 ms) ซึ่งเร็วพอที่จะป้องกันไม่ให้เราไปกระแทกกับตัวรถ สามารถลดการบาดเจ็บได้มาก ระบบ SRS คือมากกว่าถุงลมทั่วไป เพราะจะมีระบบอีเลคทรอนิดส์เข้ามาเกี่ยวข้อง มี G-Sensor ตรวจเช็คแรงปะทะรุนแรง เซ็นเซอร์ที่ด้านหน้าและด้านหลัง หากมีการชนเกิดขึ้น ระบบ SRS จะรู้ตัวก่อนที่แรงชนจะมาถึงผู้โดยสาร โดยสั่งให้ถุงลมทำงานได้ทันที แต่จะมีคำเตือนเรื่องเด็กเล็ก เพราะในอดีตมีเด็กเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรง ซึ่งผลการสอบสวนพบว่าเด็กเสียชีวิตด้วยอาการคอหัก ซึ่งเกิดจากแรงขยายตัวของถุงลมที่ดันออกมาอย่างรวดเร็วแล้วไปปะทะกับหัวเด็ก ส่งผลให้เด็กคอหักในที่สุด จึงมีการเตื่อนกันเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง



ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://hdabob.com/SRS.htm

เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Will (Whiplash Injury Lessening)
เป็นเบาะที่มีที่พักศรีษะสูงและปรับระดับได้ มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ศรีษะของเราถูกกระชากไปด้านหลังอย่างรุนแรงเมื่อถูกชนจากด้านหลัง

เข็มขัดนิรภัย (พร้อมกลไกดึงกลับ)
สำหรับเบาะโดยสารคู่หน้า เข็มขัดนิรภัยจะมีระบบที่ควบคุมด้วยไฟฟ้าเสริมเข้ามาด้วย ซึ่งจะทำงานคู่กับถุงลมนิรภัยครับ เมื่อเกิดแรงปะทะ ถุงลมนิรภัยทำงาน หากสายรัดไม่ตึง สายรัดจะถูกดึงกลับโดยอัตโนมัติและหากเกิดแรงดึงเกินที่กำหนดไว้ สายรัดจะมีการผ่อนความตึงของสายได้โดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่รัดเข็มขัดรับแรงดึงหรือรั้งของสายเข็มขัดจนได้รับบาดเจ็บนั่นเอง

อ่านแล้วไม่เข้าใจ ก็ไม่เป็นไรครับ กลับไปอ่านอีกรอบ  (mk-143)   รุ่นนี้ถือว่าระบบความปลอดภัยของตัวรถมีครบตามมาตรฐานครับ เว้นระบบ VSC+TRC นี่เค้าจะใส่ไว้เฉพาะตัวท๊อปเท่านั้น ใครพอมีปัจจัยก็จัดไป ได้ใช้ครั้งเดียวก็คุ้มแล้วครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 15, 2014, 01:51:56 pm โดย Taro »
ที่พี่ไม่ล้างรถ เพราะคู่มือมันเตือนไว้ ถ้าโดนน้ำมากไป เดี๋ยวมันจะกลายเป็นบีเอ็ม




ออฟไลน์ Taro

  • เด็กรับรถ
  • นักซิ่งขั้นเทพ
  • *****
  • กระทู้: 3,944
  • แรงม้าความดี: +0/-0
  • เครื่องเสียงดังดี มีพวงมาลัยหุ้มหนัง
  • Model: 1.8G ก่อนรีสเป็ก
  • No: NACT3
  • ชื่อเล่น:: ทาโร่
Re: ข้อมูลนิวอัลติส 2014 สำหรับการตัดสินใจซื้อครับ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2014, 12:04:54 am »
ของดีเอาไว้ทีหลัง

เปล่าหรอก  (mk-22) แค่นึกอะไรออก ก็เอามาโพสไว้กระทู้นี้แค่นั้น ก็ไม่มีอะไรมากครับ เพียงแค่ยังไม่ได้บอกว่านิวอัลติสนั้นใช้พวงมาลัยไฟฟ้า (หลักการทำงาน http://www.newaltisclubthailand.com/index.php?topic=760.0) ซึ่งควบคุมรถง่ายและการบำรุงรักษาต่ำครับ

ในรุ่นนี้มีตัวที่ใช้ก๊าซ CNG ด้วย 2 รุ่น คือ 1.6J CNG และ 1.6E CNG ท่านใดชอบความประหยัด ก็พิจารณาได้เลย เพราะตัว CNG นี้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควรแล้ว ในยุคแรกมีเสียงบ่นปนเสียงด่าทุกวัน ทั้งเรื่องหาปั๊มเติมยาก ทั้งเรื่องอุปกรณ์รถไม่รองรับแรงดันก๊าซได้ทุกปั๊ม ทำให้มีปัญหาในการเติมก๊าซอยู่บ่อยครั้ง จนถึงทุกวันนี้ ผมว่าตัว CNG ของโตโยต้านี่นิ่งพอสมควรแล้วครับ ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ หายห่วง การรับประกันก็เท่ากับรถใช้น้ำมันปกติครับ เพราะระบบก๊าซติดตั้งมาจากโรงงานผลิตโดยตรงนั่นเองครับ

การรับประกันที่ว่านั้นทำได้เพราะรุ่นนี้เค้ามีการปรับปรุงอุปกรณ์หลายอย่างให้รองรับ CNG โดยเฉพาะ เช่น วาว, โช้ค ฯลฯ (จำไม่ได้แล้ว แต่มีที่ไม่ตรงกับรุ่นปกติหลายรายการทีเดียว)  (mk-22)

ตัว CNG นี้มาด้วยความพร้อมพอสมควรเลยครับ เช่น ฝาปิดท้ายรถ ไม่ให้เห็นถัง (สมัยก่อนต้องไปหาซื้อมาปิดไว้) จุดเติมก๊าซอยู่ช่องเดียวกับช่องเติมน้ำมัน (เด็กปั๊มชอบ เติมง่าย) และระบบก๊าซควบคุมโดยตรงจาก ECU ของรถ การใช้ก๊าซจึงถูกควบคุมอย่างแม่นยำครับ ที่สำคัญรุ่น CNG จะมีจอแสดงระดับก๊าซแยกจากระบบน้ำมันครับ ทำให้รู้ปริมาณที่เหลืออยู่ของทั้งก๊าซและน้ำมันครับ ไม่ต้องเดาเหมือนเมื่อก่อน






กุญแจรีโมท
กุญแจรีโมทของรุ่นนี้สวยตามสมัยเลยครับ แถมพับได้อีกต่างหาก ทำให้เข้าเทรนกับเค้าซ๊ะที ยี่ห้ออื่นเค้ามีกันจนหักไปหลายอันแล้ว เราเพิ่งจะมี  (mk-29) อันนี้คุยไม่ได้เลย

แต่ตัวแพงกุญแจพับไม่ได้นะครับ (ภาพด้านซ้าย) เพราะจะเป็นระบบ Smart Entry คือไม่ต้องใช้กุญแจก็สามารถเปิดเข้ารถได้ทันที เวลาจะสตาร์ทรถ ก็ใช้กดปุ่มเอา ไม่ต้องบิดกุญแจอีกต่อไป ไฮโซมั้ยหล่า  (mk-59) เอ่อ... อันนี้เรามีมาตั้งก่าตัวรีสเป็กปี 2009 แล้วครับ แต่อยากคุยให้ฟัง

ณ จุดๆ นี้ ที่ปุ่มรีโมท เราจะเห็นว่ามีปุ่มรูปฝากระโปรงท้ายด้วย ... เข้าใจถูกแล้วครับ ชาวบ้านเค้ามีมาตั้งนานแล้ว ในที่สุดเราก็มี๊ๆๆๆๆๆๆ   (mk-189) เฮ้อ... กว่าจะมาแต่ละอย่าง ลุ้นกันน่าดู  (mk-139) ไม่รู้จะกั๊กไปทำมัย ขายดีอยู่แล้ว จะได้ขายดีขึ้นไปอีก แพงเพิ่มอีกนิดหน่อย ไม่ใช่จะสู้เค้าไม่ได้นี่นา ถ้าโตโยต้ามาอ่านถึงตรงนี้ ฝากไว้ด้วยนะครับ  (mk-22) (mk-24) (mk-31) (๐l) (ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขอให้มีตัวไฮบริดจ์เพิ่มด้วยเลยได้ม้า)




อุปกรณ์ในรุ่นใหญ่ เป็นงัยบ้าง น่าสนใจมั้ย

Rain Sensor (1.8V)
เป็นอะไรที่สบายมากครับ เปิดระบบไว้ ฝนมาเมื่อไหร่ ทำงานได้เองทันที ปรับความเร็วในการปัดให้เมื่อปริมาณฝนมากขึ้นด้วย แต่ระบบจะทำงานไม่ค่อยดีในตอนกลางคืนครับ คะแนนะเต็ม 10 ความจำเป็นระดับ 6/10 ครับ


Auto Head Lamp (1.8V)
นับเป็นความสะดวกระดับพรีเมี่ยมครับ ทำให้เราขี้เกียจได้เต็มระดับ ไฟหน้าเปิด-ปิดเองได้เลย ข้อเสียคือถ้าติดฟิล์มหนา ไฟหน้าจะเปิดเร็วขึ้น (ไม่มืดก็เปิดแล้ว เพราะในรถมันมืดอ่า  (mk-195) ) ความจำเป็นระดับ 8/10 ครับ


เบาะนั่งปรับไฟฟ้าคนขับ (1.8V)
อันนี้ไม่เข้าใจว่าจะให้มาทำไมข้างเดียว เพราะที่จะเกิดประโยชน์คือปรับเบาะให้คนนั่งข้างๆ ได้ ของตัวเองหน่ะ ไม่เท่าไหร่หรอก (อย่างกับนิวคัมรี่ตัวใหม่เนี้ยมีประโยชน์จริงครับ) ความจำเป็นระดับ 2/10 หรูแต่ไม่มีประโยชน์ครับ  (mk-193) (ขอเงินคืน)

เบาะหลังพับได้ 60:40 (1.8V, 1.8G)
เหมือนดูดีว่าเบาะหลังเราพับได้ครับ แต่เอาเข้าจริงไม่เคยใช้เลย แต่คงมีโอกาสได้ใช้ซักวันนึงครับ บางคนบอก ก็พับเบาะวางถุงกอล์ฟงัย เอ่อ... ในโบร์ชัวร์เค้ามโนให้ดูเฉยๆ นะ ถ้าใครจะเอาถุงกอล์ฟใส่รถแบบนั้นบอกเลย เหนื่อยตาย_่าเลย  (mk-138) แถมเพื่อนร่วมก๊วนเห็นปุ๊ปจะนึกในใจทันทีว่า "ไอ้นี่มันซื่อบื้อแฮ๊ะ คราวหน้าไม่ตีด้วยแล้ว"  (mk-189) ขาดเพื่อนดีๆ ไปอีก 1 คน สรุปความจำเป็นระดับ 3/10 ครับ

วิทยุจอใหญ่ (1.8V)
อันนี้ถือว่าดีกว่าแบบไม่มีจอแน่นอนครับ อย่างน้อยก็ดูหนังได้ด้วย และที่สำคัญคือมีจอแล้วมีกล้องถอยหลังด้วย ความจำเป็นระดับ 10/10 มีไว้ใช้ประโยชน์ได้ทุกวัน


Paddle Shift (1.8V, 1.8S)
ตรงนี้ถ้าเป็นพวกชอบซิ่ง ถือว่าจะได้รับความมันในการขับขี่อย่างมาก แต่ถ้าเป็นป้าๆ ขับรถไปซื้อกับข้าวหล่ะก็ แถมให้ก็ไม่เอา  (mk-189) อันนี้ให้คะแนนไม่ถูกครับ แล้วแต่ชอบแล้วกัน

Cruise Control (1.8V, 1.8G)
ระบบนี้ช่วยให้เราขับรถสบายขึ้นครับ แต่น่าเสียดายว่าเมืองไทยหาถนนขับสบายๆ อย่างที่ว่ายากครับ ใช้ครู๊ซไม่เท่าไหร่ ต้องยกเลิก รถผมมีก็พยายามใช้อยู่ ความจำเป็นระดับ 5/10 ครับ

กระจกมองหลังลดแสงอัตโนมัติ (1.8V, 1.8G)

กระจกแบบนี้มีประโยชน์อย่างมากครับ โดยเฉพาะการขับขี่เวลากลางคืน ต่างจังหวัดเมื่อก่อนผมโดนรถกระบะจ่อท้าย ไฟสูงๆ มา ขับรถไม่เป็นเลยครับ แสบตา แต่พอใช้กระจกตัวนี้แล้ว หมดปัญหาเลยครับ ความจำเป็นระดับ 10/10 ครับ

กล้องมองหลัง (1.8V, 1.8G)
อันนี้ให้คะแนนเลยดีกว่าครับ ความจำเป็นระดับ 8/10 ครับ

ม่านบังแดดหลัง (1.8V, 1.8G)
ม่านบังแดดหลังนี่มีประโยชน์จริงครับ แต่เพราะความไม่สะดวกในการใช้งานเหมือนคัมรี่ ของเราต้องยกเอง (ของคัมรี่เป็นระบบไฟฟ้า กดเป็นมา) ทำให้ไม่ค่อยได้ใช้ ความจำเป็นระดับ 5/10 ครับ

Daylight (1.8V, 1.8S)
เสริมความปลอดภัยพร้อมความเท่ห์ในตัวครับ ความจำเป็นระดับ 7/10

Acoustic Glass (1.8V, 1.8G)
กระจกลดเสียงรบกวน ความจำเป็นระดับ 5/10 ครับ

Bluetooth (1.8V)
อันนี้เหมาะสำหรับการขับรถคนเดียวครับ เพราะเวลามีคนอื่นนั่งไปด้วย เราจะคุยโทรศัพท์ในรถลำบาก เพราะผู้โดยสารจะรู้บทสนทนาทั้งหมด การยกเลิกระบบและกลับมาใช้ไม่ค่อยสะดวก ไปๆ มาๆ เลิกใช้ในที่สุด ความจำเป็นระดับ 5/10 ครับ
จบข้อมูลแนะนำรถทั่วไปไว้เท่านี้ครับ ท่านใดมีคำถามเพิ่มเติม ให้โพสต่อไว้ได้เลย ผมจะหาข้อมูลและเพิ่มต่อจากตรงนี้ให้ครับ เพื่อให้เนื้อหาสมบูรณ์ยิ่งขึ้น  (๐l)

ส่วนข้อมูลใดผิดพลาดไป แจ้งได้เลยนะครับ จะแก้ไขให้ตรง  (mk-12)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 25, 2014, 01:15:20 pm โดย Taro »
ที่พี่ไม่ล้างรถ เพราะคู่มือมันเตือนไว้ ถ้าโดนน้ำมากไป เดี๋ยวมันจะกลายเป็นบีเอ็ม




ออฟไลน์ alphanexgen

  • ออกใหม่ ป้ายแดง
  • *
  • กระทู้: 1
  • แรงม้าความดี: +0/-0
  • Model: Altis 2014 Esport
  • No: NACT5515
สงสัยอะครับ ผมสนใจจะซื้อตัว Esport แต่อยากได้ Acoustic Glass เพราะไปลองขับมาเสียงเครื่องดังพอสมควร (ยิ่งเทียบกับ prius ของไอ้เพื่อนที่มันให้ยืมขับบ่อยๆ) ก็เลยอยากรู้ว่ามันจะมีเป็น Option หรือไปติดได้ที่ไหนมั่งมั้ยครับ

ออฟไลน์ Taro

  • เด็กรับรถ
  • นักซิ่งขั้นเทพ
  • *****
  • กระทู้: 3,944
  • แรงม้าความดี: +0/-0
  • เครื่องเสียงดังดี มีพวงมาลัยหุ้มหนัง
  • Model: 1.8G ก่อนรีสเป็ก
  • No: NACT3
  • ชื่อเล่น:: ทาโร่
สงสัยอะครับ ผมสนใจจะซื้อตัว Esport แต่อยากได้ Acoustic Glass เพราะไปลองขับมาเสียงเครื่องดังพอสมควร (ยิ่งเทียบกับ prius ของไอ้เพื่อนที่มันให้ยืมขับบ่อยๆ) ก็เลยอยากรู้ว่ามันจะมีเป็น Option หรือไปติดได้ที่ไหนมั่งมั้ยครับ

คงต้องสั่งเป็นอะไหล่กับศูนย์หน่ะครับ และคงต้องรอซักระยะนึง
 
เรื่องเสียงนั้น ถ้าไปเทียบกับตัวไฮบริดจ์แล้วคงจะลำบากครับ โดยเฉพาะกับพรีอุสซึ่งเครื่องเค้าแรงไม่เท่ากับ 1.8 นิวอัลติสแน่ๆ ครับ (ถึงขั้นคนละเรื่องกันเลยทีเดียว) ฉะนั้นเสียงเครื่องยนต์ย่อมไม่เท่ากันครับ
 
แต่จะว่าไปผมทดลองขับรุ่นที่ไม่มีกระจกลดเสียงรบกวน รถก็เงียบเข้าขั้นแล้วนะครับ ถือว่าคะแนนเรื่องความเงียบดีทีเดียวครับ  (mk-194)
ที่พี่ไม่ล้างรถ เพราะคู่มือมันเตือนไว้ ถ้าโดนน้ำมากไป เดี๋ยวมันจะกลายเป็นบีเอ็ม




ออฟไลน์ boysvauto

  • นักซิ่งขั้นเทพ
  • *****
  • กระทู้: 2,042
  • แรงม้าความดี: +0/-0
  • No: NACT761

1.พิเศษใช้จ่ายยอด1หมื่นบาทขึ้นไปสามารถผ่อน0% ได้10เดือน (เฉพาะธนาคารกสิกร)
2.Projector+Xenon=4900บาท
3.Projector +Xenon+daylightในโคม =7500บาท

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
สาขาพระราม 9 081-444-1123 คุณบอย
สาขาพระราม5 085-110-7305 คุณเม่น
สาขาเกษตร 081-839-3616 คุณอ๋อง
สาขาบางนา 081-444-1123 คุณบอย
สาขาพระราม2 081-444-1123คุณบอย
Line ID
พระราม9 tt.auto-xenon
พระราม2 tt.auto-xenon
พระราม5 Menzclear
บางนา tt.auto-xenon
เกษตร ttauto2

ทำไมต้องเลือกเรา
1.ที่ร้านมีตู้ถอดโคมมาตราฐาน
2.เครื่องตั้งไฟมาตราฐาน(ที่ตรอ.ใช้)
3.เครื่องตั้งไฟเลเซอร์
4.ห้องตั้งไฟ(มาติดตั้งตอนกลางวันก้อตั้งไฟได้)
5.มีสาขาและตัวแทนจำหน่ายสินค้ามากมายไม่ว่าท่านติดตั้งสินค้าจากที่ไหนก้อสามารถเข้ารับบริการหลังการขายได้ทุกที่เพียงโทรเข้ามาแจ้งที่ส่วนกลางโทร0814441123 บอย
6.เปิดบริการทุกวันเพื่อให้บริการหลังการขายได้
7.มีหน้าร้านชัดเจนและกล้ารับประกันว่าถ้าเกิดความเสียหายต่อตัวรถของท่านยินดีชดเชย100%เต็มในความเสียหายนั้นๆ

https://www.facebook.com/pages/Tt-Auto-Xenon/355547821226436

ชมสินค้า www.ttautoxenon.com

ออฟไลน์ MaC.Toyota

  • ออกใหม่ ป้ายแดง
  • *
  • กระทู้: 5
  • แรงม้าความดี: +0/-0
  • Model: MaC.TOYOTA
 (๐l)

ออฟไลน์ Air [email protected]

  • ออกใหม่ ป้ายแดง
  • *
  • กระทู้: 5
  • แรงม้าความดี: +0/-0
 (๐l)

ออฟไลน์ Nitid

  • ออกใหม่ ป้ายแดง
  • *
  • กระทู้: 2
  • แรงม้าความดี: +0/-0
  • Model: อัลติส
วิธีลบไฟพวงมาลัย

ออฟไลน์ Nitid

  • ออกใหม่ ป้ายแดง
  • *
  • กระทู้: 2
  • แรงม้าความดี: +0/-0
  • Model: อัลติส
น้ำมันเกียร์ใช้กี่ลิตร

ออฟไลน์ Taro

  • เด็กรับรถ
  • นักซิ่งขั้นเทพ
  • *****
  • กระทู้: 3,944
  • แรงม้าความดี: +0/-0
  • เครื่องเสียงดังดี มีพวงมาลัยหุ้มหนัง
  • Model: 1.8G ก่อนรีสเป็ก
  • No: NACT3
  • ชื่อเล่น:: ทาโร่
น้ำมันเกียร์ใช้กี่ลิตร

ประมาณ 4 ลิตรครับ (เวลาเปลี่ยน แต่ถ้าแบบแห้งๆ เลย น่าจะมากกว่าครับ)
ที่พี่ไม่ล้างรถ เพราะคู่มือมันเตือนไว้ ถ้าโดนน้ำมากไป เดี๋ยวมันจะกลายเป็นบีเอ็ม